
อสส.ตั้งคณะทำงานคดีโรฮีนจาศาลนัดตรวจพยาน10-13พ.ย.
อัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานคดีโรฮีนจาศาลนัดตรวจพยานโจทก์ จำเลย 10 – 13 พ.ย.
อัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานคดีโรฮีนจาศาลนัดตรวจพยานโจทก์ จำเลย 10 – 13 พ.ย.
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เรือโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยว่า กรณีประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โอนคดีอาญาของศาลจังหวัดนาทวี หมายเลขดำที่ คม.1/2558 และ คม. 4/2558 คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนาทวี โจทก์ นายบรรณจงหรือจง ปองผล กับพวกรวม 74 คน จำเลย ให้มาดำเนินคดีที่ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ และศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์รับเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ คม.27/2558
โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวอีกว่า คดีค้ามนุษย์เป็นคดีนโยบายสำคัญและรัฐบาลเร่งรัดการดำเนินคดี และเพื่อให้การดำเนินคดีค้ามนุษย์ของสำนักงานอัยการสูงสุดมีประสิทธิภาพ อัยการสูงสุด มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1897/2558 เรื่อง ให้พนักงานอัยการดำเนินคดีเฉพาะเรื่อง ลงวันที่ 28 ต.ค. 2558 แต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นคณะทำงานจำนวน 18 คน โดยมีอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ อัยการพิเศษฝ่าย อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ พนักงานอัยการจากสำนักงานอื่นๆ หลายสำนักงาน โดยมีนายวิโรจน์ ชัชวาลวงศ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 สำนักงานคดีค้ามนุษย์ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ ซึ่งให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินคดีอาญาหมายเลขดำที่ คม.27/2558 ของศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายค้ามนุษย์ 1 โจทก์ กับนายบรรณจง หรือจง ปองผล ที่ 1 กับพวกรวม 74 คน จำเลย ที่โอนมาจากคดีหมายเลขดำที่ คม.1/2558 และ คม.4/2558 ของศาลจังหวัดนาทวี (คดีค้าชาวโรฮีนจา) มาพิจารณาที่ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ โดยให้มีอำนาจดำเนินคดีดังกล่าว และคดีที่เกี่ยวข้องอันสามารถรวมการพิจารณากับคดีดังกล่าวจนถึงที่สุด
อย่างไรก็ตามศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์นัดพร้อมเพื่อให้โจทก์แถลงแนวทางหรือแผนการดำเนินคดีในวันที่ 22 ต.ค. 2558 เวลา 09.00 น. ซึ่งพนักงานอัยการโจทก์ได้ยื่นคำแถลงให้ศาลทราบแนวทางและแผนการดำเนินคดี ต่อมาวันที่ 28 ต.ค. 2558 ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ ได้มีคำสั่ง นัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานโจทก์ จำเลย ในวันที่ 10 – 13 พ.ย.2558 เวลา 09.00 น. โดยให้โจทก์ ยื่นบัญชีพยานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และให้โจทก์ ตรวจสอบว่า มีพยานที่จะสืบล่วงหน้าหรือไม่ หากมีให้แถลงต่อศาล และหากมีคดีฟ้อง จำเลยใหม่ที่เกี่ยวพันกับคดีนี้ ก็ให้โจทก์ ยื่นคำร้องขอรวมพิจารณาคดีดังกล่าวเข้ากับคดีนี้ด้วย โดยศาลได้จัดเตรียมล่ามภาษาพม่า และภาษาบังคลาเทศไว้แล้ว







