
ลุ่มแม่น้ำยมเริ่มวิกฤต คาดอีก2เดือนน้ำแห้ง
ชาวนาเร่งสูบน้ำเข้านาปรัง คาดอีก 2 เดือนแม่น้ำยมแห้งขั้นวิกฤต เหตุไม่มีเขื่อนกักน้ำ
ชาวนาเร่งสูบน้ำเข้านาปรัง คาดอีก 2 เดือนแม่น้ำยมแห้งขั้นวิกฤต เหตุไม่มีเขื่อนกักน้ำ
นายสมยศ แสงมณี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ปีนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในลุ่มแม่น้ำยมจะประสบปัญหาภัยแล้งคุกคามเร็วกว่ากำหนดอย่างแน่นอน เนื่องจากขณะนี้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังครั้งที่ 1 ได้เร่งสูบน้ำขึ้นไปใช้หล่อเลี้ยงนาข้าวซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกจำนวนนับแสนไร่
นายสมยศ กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรในลุ่มแม่น้ำยมจะสามารถเพาะปลูกข้าวได้เฉพาะช่วงฤดูแล้งเท่านั้น โดยต้องอาศัยน้ำจากแม่น้ำยม เนื่องจากช่วงฤดูฝนไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้เพราะประสบปัญหาน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้จึงพากันเร่งสูบน้ำเข้านาข้าว
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.พิจิตร คือ อ.สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำยมลดลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเบื้องต้นชลประทานพิจิตรจึงได้สูบลมเข้าไปในฝายยางพญาวังและฝายยางพิจิตร ที่บริเวณ ต.บางคลาน และ ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล เพื่อพองลมสำหรับขวางกั้นแม่น้ำยมเป็นช่วงๆ เพื่อให้ฝายยางดังกล่าวกักเก็บน้ำไว้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวฤดูกาลนาปรัง แต่จะมีน้ำใช้ได้แค่ 2 เดือน เพราะไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่กักเก็บน้ำไว้
ด้าน นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า หากรัฐบาลยังไม่มีแนวทางชัดเจนในการควบคุมการใช้น้ำในช่วง 1-2 เดือนนี้ จะเกิดวิฤกตขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ชาวนาได้ลงมือปลูกข้าวนาปรังกันมากในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัดนับล้านไร่
นายสมิทธ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่พูดให้ชัดเจนเด็ดขาดว่าไม่ให้น้ำทำนา และหากเกิดความเสียหายจากภัยแล้งก็จะไม่จ่ายชดเชยให้ทุกกรณี ดังนั้นจึงขอเสนอให้รัฐบาลไปเจรจากับประเทศเมียนมาเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำโขงมากักเก็บไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งนี้







