
กรมชลฯยันงดส่งน้ำลอยกระทง
กรมชลประทาน ระบุ ลอยกระทงปีนี้ งดส่งน้ำ ต้องสงวนน้ำไว้กินไว้ใช้และรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น
กรมชลประทาน ระบุ ลอยกระทงปีนี้ งดส่งน้ำ ต้องสงวนน้ำไว้กินไว้ใช้และรักษาระบบนิเวศน์เท่านั้น
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ให้ทุกพื้นที่ทำข้อมูลการใช้น้ำเสนอมายังกรมชลประทานเพื่อทำแผนบริหารจัดการน้ำอย่างละเอียด ซึ่งจะเข้าฤดูแล้งอย่างเต็มที่ในม.ค. 59 เป็นต้นไป ส่วนกรณีเรื่องน้ำที่มีการร้องขอในเทศกาลลอยกระทงนั้น ให้กรมชลฯพิจารณา ซึ่งหากพื้นที่ไหน ไม่สามารถให้ได้ ก็จะต้องไม่ให้เพราะจะกระทบต่อการใช้น้ำในภาพรวม
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวในการสัมมนา นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 1 พ.ย. 2558 ที่เริ่มเข้าฤดูแล้ง -30 เม.ย. 2559 คาดว่าจะมีปริมาณน้ำใช้การได้ทั้งประเทศ 20,067 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และในลุ่มเจ้าพระยาคาดว่าจะมีน้ำใช้การได้ประมาณ 4,250 ลบ.ม. โดยทุกอ่างมีน้ำน้อยกว่าเกณฑ์ทั้งสิ้น ดังนั้นจะต้องมีการบริหารน้ำอย่างเคร่งครัด ตามแผนที่ได้วางไว้ โดยเฉพาะการคุมสถานีสูบน้ำทั้งหมด 448 แห่งจะต้องคุมอย่างใกล้ชิดโดยประสานกับกระทรวงมหาดไทย
"ขณะนี้หลายจังหวัดประมาณขอน้ำมาเพื่อให้ช่วยระบายไปใช้ในเทศกาลลอยกระทง ซึ่งขอเรียนกว่า ไม่สามารถจัดให้ได้ เพราะต้องสงวนไว้สำหรับอุปโภค-บริโภคเท่านั้น ฉะนั้นลอยกระทงปีนี้ไม่มีน้ำเต็มตลิ่ง แต่ทุกพื้นที่ก็ยังสามารถลอยได้ปกติ เพียงแต่ปริมาณน้ำอาจจะน้อยกว่าปีปกติเท่านั้น เช่นในปีนี้เขื่อนในภาคเหนือ เช่นเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปีนี้น้ำน้อยมาก ก็ต้องบริหารให้ดี เพราะในเชียงใหม่มีการใช้จำนวนมากจากเนื่องจากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเพียงอ่างเดียวที่มีน้ำมากว่า 50% คือเขื่อนลำพระเพลิง ในขณะที่อ่างทั้งหมดมีน้ำน้อยเพราะฉะนั้นขอให้เกษตรกรเลี่ยงการปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก"นายสุเทพกล่าว
ทั้งนี้แผนการบริหารน้ำในลุ่มเจ้าพระยาทั้งหมด จะแบ่งเป็นการอุปโภคบริโภคประมาณ 1,100 ล้าน ลบ.ม. การรักษาระบบนิเวศน์ 1,800 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือน้ำเพื่อเกษตร 400 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะใช้เพื่อช่วยเหลือการปลูกอ้อย 3.7 แสนไร่และไม้ผล 3.5 แสนไร่
นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่าผลการสำรวจความต้องการของเกษตรกรที่เลือกกิจกรรมเพื่อแทนการปลูกข้าว ซึ่งเป็น 1 ใน 8 มาตรการที่ครม.อนุมัติให้นั้น พบว่ามีเกษตรกรมในลุ่มเจ้าพระยาเสนอมาทั้งสิ้น 3.8 แสนราย ในวงเงินที่ครม.ให้กรอบไว้ 1 พันล้านบาท ซึ่งจะเสนอรายละเอียดต่อสำนักงบประมาณและเสนอครม.เพื่อของบกลาง 1 พันล้านบาทในวันที่ 3 พ.ย. นี้ แบ่งเป็น 1. มาตรการส่งเสริมความรู้และปัจจัยการผลิต เพิ่มรายได้ครัวเรือนใช้จะใช้การปลูกพืชน้ำน้อยแทนนาปรัง การเลี้ยงปศุสัตว์ การทำประมง การพัฒนาดิน
"สำหรับการดำเนินการถามความเห็นของเกษตรกรตามมาตรการที่ 4 ซึ่งครม.ให้ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย คสช. ช่วยกันลงพื้นที่เพื่อถามความเห็นของเกษตรกรในแผนงานชุมชนนั้นรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณปลายเปิดไว้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกรทุกตำบลจริงๆ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท สำหรับโครงการที่ทุกตำบลจะเสนอมา แต่จะได้ทุกตำบล"นายโอฬารกล่าว







