posttoday
บิ๊กตู่ลั่นหากไม่สงบ ปิดประเทศอยู่ต่อ

บิ๊กตู่ลั่นหากไม่สงบ ปิดประเทศอยู่ต่อ

29 ตุลาคม 2558

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุมแม่น้ำ 5 สาย

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุมแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย คสช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 พ.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบนโยบายและอธิบายถึงแนวทางการทำงานเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

ถ้าต้องการให้ประเทศไทยมีความสุข มีอนาคต พ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่ต้องพ้นกับดักประชาธิปไตยด้วย ต้องไม่บิดเบือนหลักการประชาธิปไตยและต้องยอมรับกติกา เวลานี้เป็นโอกาสเดียวที่จะเดินหน้าไปได้

“ผมขอร้องพี่ๆ นักการเมือง ไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตามให้มาร่วมกันและต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุขและประเทศได้รับการยอมรับในเวทีโลก ถ้าไม่อยากให้ผมหรือใครมายืนตรงนี้อีก ต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ได้”

ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมาปัญหาเศรษฐกิจที่หดตัวลงและขาดความเชื่อมั่นไม่ใช่เพราะตัวเอง เพราะทุกคนทำกันมาทั้งสิ้นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และส่งผลถึงอนาคตด้วย 10 ปีที่ผ่านมามีความขัดแย้งมาตลอดและไม่เคยแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นถ้าจะแก้ไขปัญหาให้ได้ ใครก็ตามที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องกลับมาสู่ตามกระบวนการยุติธรรม ที่อ้างว่าไม่เป็นธรรมนั้นก็กลับมา ไม่ใช่ไปต่อสู้กันอยู่ข้างนอกแบบนี้ บ้านเมืองก็เสียหาย

“ผมถามท่านว่ายังนับถือคนเหล่านี้อีกเหรอ ผมไปผมอายเขานะ นักการเมืองยอมรับกันเหรอแบบนี้ ท่านก็รู้อยู่ว่ามันเป็นอย่างไร ผมไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูก ต้องกลับมาพิสูจน์ทราบด้วยตัวเองสิครับ อย่ามาอ้างนี่อ้างโน่น”

อย่างไรก็ตาม ต่อไปนี้เรื่องการจัดทำกฎหมายต้องมีการส่งข้อมูลมาทั้งหมด สนช. รัฐบาล คสช. สปท. ต้องตั้งคณะกรรมการประสานงานหรือวิปขึ้นมา จะได้เกิดการทำงานกันต่อเนื่อง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำทำงาน หรือต่างคนต่างคิด จะทำงานกันเหมือนเดิมไม่ได้

สถานการณ์บ้านเมืองเหมือนกับประเทศ เรามีแม่น้ำเส้นหนึ่งขวางอยู่ไม่ใช่แม่น้ำ 5 สายนะ แต่เป็นแม่น้ำประชาธิปไตยนี่แหละ ทุกคนกำลังพยายามข้ามแม่น้ำสายนี้อยู่ วันนี้ คสช. รัฐบาล สนช. สปท. กรธ. เป็นสะพานข้ามแม่น้ำสายนี้เพื่อข้ามประชาธิปไตยที่มีความขัดแย้งไปให้ได้ บางคนก็พร้อมจะข้ามไปด้วยกัน แต่บางคนชอบจะลุยน้ำ บางคนก็ว่ายน้ำข้ามไปทั้งๆ ที่ว่ายไม่เป็นและก็ตายอยู่ข้างล่าง ต้องเอาคนทุกคนมาขึ้นสะพานให้ได้เพื่อข้ามความขัดแย้ง

“ฝ่ายการเมืองไม่ต้องระแวงผมหรอกครับ บอกกันตลอดว่าผมจะอยู่ในอำนาจต่อ แต่บอกไว้ว่าถ้าไม่สงบเรียบร้อยผมก็ต้องอยู่ เอาอย่างนี้ไหม จะได้พูดกันให้รู้เรื่องเสียที อยู่ที่พวกท่านนั่นแหละ ถ้าไม่เลิกกันก็อยู่กันอย่างนี้ ปิดประเทศก็ปิดกันไป แล้วถ้าเอาประชาชนมาเมื่อไหร่ พวกแกนนำและคนพูดมากๆ จะโดนก่อน ผมมีอำนาจของผมอยู่ ผมขอฝากความหวังไว้กับแม่น้ำทั้ง 5 สายด้วย ร่วมงานด้วยกันก็ตายด้วยกัน มา
สร้างประวัติศาสตร์ให้เขา อย่าโกรธผม ผมเป็นคนแบบนี้ ถ้าผมไม่เป็นแบบนี้ผมปฏิวัติไม่ได้”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ต้องแก้ไขปัญหาการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ใครจะเสียหรือได้อำนาจไม่รู้ แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองได้อำนาจ หรือได้อะไรขึ้นมาแต่ประเทศชาติได้

“ผมไม่ได้อยากอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด แต่จะอยู่เท่าที่จำเป็น พวกกเฬวรากข้างนอกเคยพูดชัดเจนแบบที่ผมพูดหรือไม่ ว่าต่อไปนี้จะไม่ทำผิดกฎหมายอีกแล้ว แต่กลับมากล่าวหาว่าผมจะสืบทอดอำนาจ โดนหมดทุกคน รองนายกฯ ก็โดนกันหมดว่าอยากมีอำนาจ แล้วจะเป็นทำอะไรกันวะ ถ้าทุกคนเข้ามาทำงานแบบที่ผมทำ จะรู้อยู่ว่ามันไม่สบายเลย มันต้องแบกคนอีก 70 ล้านคน และทำให้พวกเขามีความสุข ผมไม่ได้ต้องการจะมาสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องการสร้างความปรองดอง วันนี้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ 7,832 แห่ง ทำให้คนที่อยู่คนละข้างมาเจอกันและกลับมานอนด้วยกัน นี่แหละปรองดองไปแล้ว”

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้พูดเรื่องการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ยืนยันได้ว่าพระองค์ท่านไม่เคยลงมาเกี่ยวข้อง พวกตัวเองอยู่ใกล้ชิดและถวายงานมาตลอด ท่านไม่เคยรับสั่งว่าเกลียดสีนั้นสีนี้เลย ทำไมต้องเอาท่านลงมาเกี่ยวข้อง ท่านพระราชทานพระราชอำนาจมาทั้งหมดแล้วทั้ง 3 อำนาจ ท่านอยู่เหนือความขัดแย้ง อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ลงพระปรมาภิไธยในเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้ ขอเถอะอย่าเอาท่านลงมาเลย

“พวกผมยอมไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราจะบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น เพราะถึงอย่างไรท่านก็พระราชทานอภัยโทษอยู่แล้ว แต่มีหลายคนได้รับการนิรโทษกรรมมาแล้วแต่ก็กลับมาทำแบบเดิมอีก ไอ้พวกนี้ไม่เคยมีความกตัญญู มันไม่ตายดีหรอกผมจะบอกให้ ผมพูดแล้วจำคำพูดผมไว้แล้วกัน”

อย่างไรก็ตาม บางเรื่องฝ่ายความมั่นคงก็เรียกมาอบรมปรับทัศนคติ แต่ก็ถูกต่อว่าการปรับทัศนคติเป็นเรื่องผิด ถ้าไม่ต้องเรียกมาปรับทัศนคติก็ให้ติดคุกไปเลยก็แล้วกันง่ายดี

“ปรับทัศนคติเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วปล่อยให้เป็นพ่อหรือไง ผมโมโหเรื่องนี้ ผมขอโทษนะที่ไม่ควรพูดคำหยาบในสภา แตะต้องไม่ได้สักเรื่องเลยแล้วบ้านเมืองเสียหายเพราะใคร”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท