
การปฏิรูปประเทศ : ใครรับผิดชอบ?
โดย...รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม
โดย...รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม
การผลิตซ้ำองค์กรปฏิรูปประเทศที่เรียกว่า “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย (สปท.)” เพื่อทดแทน “สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)” ทำให้เกิดคำถามและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่า สปท.จำนวน 200 คน จัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำอะไร มีบทบาทหน้าที่อย่างไร จะเป็นการเดินแนวทางซ้ำซ้อนกับ สปช. ซึ่งได้วางแนวทางและข้อเสนอในการปฏิรูปด้านต่างๆ ให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไว้เรียบร้อยหรือไม่
ข้อเตือนใจสำหรับสมาชิก สปท.จะต้องตั้งหลักและแสดงบทบาทให้เหมาะสม โดยเฉพาะการทำให้แตกต่างไปจาก สปช. และต้องเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ สปท.ต้องติดตามจี้รัฐบาลให้แนวทางการปฏิรูปที่เสนอโดย สปช.ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงอยู่ที่ว่าวิธีการแบบนี้ สปท.กล้าพอที่จะติดตามงานปฏิรูปประเทศของรัฐบาลหรือไม่
ผมจึงเข้าใจว่าการปฏิรูปประเทศและการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐบาลและ คสช.จะต้องเป็นผู้ทำการปฏิรูปประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะผลสำเร็จหรือผลลัพธ์ในแต่ละด้านให้ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลและ คสช.เป็นผู้มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการและสามารถดำเนินการสั่งการให้หน่วยงานราชการซึ่งถือว่าเป็นกลไกของรัฐที่จะต้องทำงานสนองนโยบายและแนวทางการปฏิรูปหรือตามแผนการปฏิรูป (โรดแมป) นอกจากนี้แล้วรัฐบาลยังมีกลไกทางนิติบัญญัติ นั่นก็คือ “สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ” ที่จะต้องจัดทำกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ แม้แต่กลไก สปท.ก็จะต้องเป็นผู้ติดตามประเมินผลการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลให้ดำเนินการไปตามแผนโรดแมป
ผมเองยังแอบชมและเชียร์นโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในหลายเรื่องที่สามารถวางยุทธศาสตร์ดำเนินการจัดการปัญหาต่างๆ ของประเทศจนได้ผล ดังเช่นการจัดการกับกลุ่มอิทธิพลในประเทศทั้งในแง่ของการจัดการกับกลุ่มค้ามนุษย์ กลุ่มสร้างความรุนแรงกับเด็กและเยาวชน จัดการกับกลุ่มอิทธิพลการบุกรุกทำลายป่า การจัดการกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น รวมไปถึงอิทธิพลสั่งสมอาวุธ วัตถุระเบิด เป็นต้น
นอกจากนี้ ขอเสนอว่า รัฐบาล คสช.และ สปท.ควรหาข้อสรุปแนวทางการปฏิรูปประเทศ และนำมาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับหน่วยงานหลักๆ ที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางการปฏิรูป โดยเฉพาะสภาพัฒน์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันการปฏิรูปให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ในช่วงเวลาที่รัฐบาลจะดำเนินการ “ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง”
ผมเข้าใจว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำการรัฐประหารโดย คสช. ด้วยมีเจตจำนงว่าจะเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาประเทศในด้านต่างๆ ของประเทศด้วยการปฏิรูปประเทศ และเข้าใจว่าก่อนที่รัฐบาลนี้จะถ่ายโอนอำนาจหรือคืนอำนาจให้กับรัฐบาลที่จะมากับการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญในอีกประมาณปีกว่าๆ หรือปลายปี 2560 จะต้องดำเนินการปฏิรูปประเทศในเวลาที่เหลืออยู่ในเรื่องอะไรบ้าง และยังค้างคาหรือจะส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปในเรื่องอะไรบ้าง
ข้อเสนอรัฐบาลอีกประการหนึ่งในการปฏิรูปประเทศที่จะให้เกิดมรรคผลโดยเร็วและเป็นรูปธรรม นั่นก็คือ การเชิญชวนสร้างต้นแบบท้องถิ่น สร้างต้นแบบชุมชน ที่มีกิจกรรมหรือโครงการที่เป็นแบบอย่างปฏิบัติดีๆทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางการประพฤติปฏิบัติของคน กลุ่มบุคคลทั้งในครอบครัว ชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะการประพฤติปฏิบัติตามค่านิยมหลัก 12 ประการของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ที่สามารถรณรงค์ให้ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล นำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมสัก 1-2 อย่าง
ผมจึงเห็นว่า ถ้ารัฐบาลนำเสนอรณรงค์หรือเชิญชวนให้ทุกท้องถิ่น (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล จัดทำกิจกรรมต้นแบบที่ดีๆ เพื่อปฏิรูปประเทศ เช่น ครอบครัวตัวอย่างความอบอุ่น ชุมชนหรือหมู่บ้านถือศีล 5 ชุมชน หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชน หมู่บ้านจัดการตนเองเรื่อง ดิน น้ำ ป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บุคคลต้นแบบ ชุมชนต้นแบบความซื่อสัตย์สุจริตและหมู่บ้าน ตำบล ต้นแบบธนาคารความดี เป็นต้น
แบบอย่างหรือต้นแบบดังกล่าวนี้ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชน ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานต่างๆ มีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง และรัฐบาลเอง เพียงให้การสนับสนุนหรือให้กำลังใจตามสมควร รวมทั้ง สปท.ก็อาจจะนำแนวทางนี้ไปดำเนินการก็ได้
การปฏิรูปประเทศในหลายๆ ประเทศ ขับเคลื่อนโดยรัฐบาลและรัฐบาลนี่แหละ คือ ผู้ดำเนินการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการใช้อำนาจรัฐที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศในการแก้ไข เยียวยา และพัฒนาประเทศ ซึ่งจะทำให้ตอบโจทย์ได้ว่า การรัฐประหารจะไม่เสียของ







