
ปฏิรูป ซ่อนปมนิรโทษ หนีภาษียกเข่ง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
รัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบสำหรับการปฏิรูปภาษี โดยการให้ผู้ประกอบการที่มีหลายบัญชีเสียภาษีไม่ถูกต้องกลับตัวกลับใจมาทำบัญชีเดียวและเสียภาษีให้ครบถ้วน โดยที่จะมีการคิดบัญชีคิดภาษีย้อนหลังที่ไม่ถูกต้องมาก่อนหน้านี้
แนวทางดังกล่าวรัฐบาลมองว่า จะทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศที่ยังอยู่นอกระบบภาษีเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้อง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีของประเทศ เมื่อไปเชื่อมโยงกับระบบการชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-เพย์เมนต์ ที่รัฐบาลดำเนินการควบคู่กันอยู่ก็จะทำให้การเก็บภาษีของประเทศมีประสิทธิภาพเป็นทวีคูณ
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การนิรโทษกรรมภาษี เพราะที่ผ่านเคยมีการนิรโทษกรรมภาษีมา 3 ครั้ง ก็ล้มเหลว เพราะทุกครั้งที่มีการนิรโทษกรรมภาษีผู้เสียภาษีก็จะบอกรัฐบาลว่าขอบคุณมากละก็เสียภาษีไม่ถูกต้องเหมือนเดิม แต่การดำเนินการครั้งนี้เป็นการมาเดินหน้าร่วมกันให้ถูกต้อง โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่ทำผิดอีก หากทำผิดอีกก็จะโดนการเอาผิดย้อนหลังทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การดำเนินให้ผู้ประกอบการทำบัญชีเดียวไม่เอาผิดย้อนหลัง ก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากเงาของการนิรโทษกรรมภาษีไปได้ เพราะการไม่เอาผิดย้อนหลัง และการเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่สรรพากรไม่ให้ทำผิดกฎหมายยกเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลังผู้กระทำผิด ก็ถือเป็นการนิรโทษภาษีแบบซ่อนรูป ถือเป็นการนิรโทษการกระทำผิดของทั้งผู้เสียภาษีและผู้ที่มีหน้าที่เก็บภาษี
นอกจากนี้ จากการเปิดเผยของ ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ที่ออกมาเปิดเผยว่า การทำบัญชีเดียวของผู้ประกอบการจะมีช่วงเวลารอลงอาญา เช่น กรณีผู้ประกอบการทำหลายบัญชี ยื่นรายได้เสียภาษีกับกรมสรรพากร 10 ล้านบาท แต่จริงๆ ต้องเสีย 100-200 ล้านบาท แต่เมื่อมาทำบัญชีเดียวให้ถูกต้องกรมสรรพากรก็ถือว่าไม่รู้ไม่เห็นข้อมูลมาก่อนหน้านี้ และไม่เอาผิดย้อนหลังจึงไม่ถือว่าเป็นการละเว้น ซึ่งไม่น่าจะเป็นทำได้ทั้งทางปฏิบัติและทางกฎหมาย จึงเป็นเหตุผลต้องขอให้นายกฯ ใช้อำนาจพิเศษมาเป็นเกราะกำบังเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร เพื่อดำเนินการนิรโทษกรรมภาษีให้กับผู้ที่หนีภาษี
ขณะเดียวกัน ประสงค์ ยังระบุว่า ผู้ประกอบการที่ทำบัญชีเดียวจะมีระยะรอลงอาญา หรือเป็นช่วงที่กระทำผิดแบบเดิมไม่ได้ ซึ่งยังไม่ยอมเปิดเผยว่าช่วงรอลงอาญามีเวลากี่ปี หากอยู่ในช่วงรอลงอาญาผู้ประกอบการทำผิดเสียภาษีไม่ถูกต้องก็จะโดนเก็บภาษีย้อนหลังที่เสียไม่ถูกต้องมา หากคิดตามตัวอย่างที่ยกมาก่อนหน้านี้ก็คือ ต้องถูกเก็บภาษีย้อนหลังในส่วน 100-200 ล้านบาท ที่ยังไม่ยอมจ่าย
แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงที่ เมื่อพ้นจากช่วงรอลงอาญาไปแล้ว ผู้ประกอบการกลับมาเสียไม่ถูกต้อง หรือกลับมาทำหลายบัญชีเลี่ยงการเสียภาษีเหมือนเดิม กรมสรรพากรก็จะไม่เอาผิดเก็บภาษีย้อนหลังในส่วน 100-200 ล้านบาท ที่ยังไม่เสียมาก่อนหน้านี้ ซึ่งการดำเนินแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการนิรโทษกรรมภาษี เพราะแค่หาทางให้ผู้ประกอบการเว้นวรรคไม่ทำผิดไม่กี่ปีแล้วก็ล้างผิดของเดิมให้หมด ถึงแม้กลับทำผิดใหม่อีกก็เอาผิดย้อนหลังไม่ได้
ขณะเดียวกัน การทำบัญชีเดียวไม่เอาผิดย้อนหลัง จากเดิมที่เข้าใจว่าจะให้แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 2.7 ล้านราย แต่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ 4 แสนราย ในจำนวนนี้มีการเปิดและบริษัทไม่ดำเนินการ 1 แสนกว่าราย ทำให้มีผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบจริงๆ ประมาณกว่า 2 แสนกว่าราย โดยให้เหตุผลว่าเอสเอ็มอีเป็นฐานรากเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะถือเป็นผู้ประกอบการกว่า 90% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในประเทศ
แต่ อภิศักดิ์ ออกมาระบุว่า การเปิดช่องให้ผู้ประกอบการทำบัญชีเดียวครั้งนี้ไม่ได้ตีเส้นจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเท่านั้น แต่เป็นการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการที่มีหลายบัญชีและต้องการทำเป็นบัญชีเดียวให้ถูกต้อง เท่ากับเป็นการเปิดช่องครั้งใหญ่เพื่อยกเข่งเหมาโรงนิรโทษกรรมให้กับผู้หนีภาษี
เมื่อการทำบัญชีเดียวเป็นการซ่อนรูปนิรโทษกรรมการภาษีแบบยกเข่งครั้งใหญ่ ก็จะทำให้การนิรโทษกรรมการภาษีแบบซ่อนรูปครั้งนี้ล้มเหลว ไม่ต่างกับการนิรโทษกรรมภาษี 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้ประกอบการก็จะบอกขอบคุณรัฐบาลและเมื่อพ้นจากรอลงอาญาจากกรมสรรพากร ผู้ประกอบการก็จะเสียภาษีถูกต้องครั้งใหม่ยังสบายใจ เพราะความผิดครั้งเก่าถูกรัฐบาลตัดตอนให้เรียบร้อยไปแล้ว ไม่ต้องกลัวเอาผิดย้อนหลังจะเอาผิดก็ได้ แต่ช่วงที่พ้นช่วงรอลงอาญาหรือที่เป็นความผิดใหม่เท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้การทำบัญชีเดียวเพื่อการปฏิรูปให้การเก็บภาษีของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะไม่ได้ต้องไปขึ้นภาษีตัวอื่น โดยเฉพาะการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปัจจุบันคงไว้ที่ 7% ก็ล้มเหลว
นอกจากนี้ สิ่งที่กรมสรรพากรหวังว่าการทำบัญชีเดียวจะช่วยลดการทุจริตได้ เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถจะนำเงินที่จ่ายใต้โต๊ะ หรือจ่ายค่าฮั้วประมูลโครงการต่างๆ มาลงบัญชีไม่ได้อีกต่อไป ก็จะเป็นเป้าหมายที่ล้มเหลวไปด้วย
ขณะเดียวกัน การให้ทำบัญชีเดียวไม่เอาผิดย้อนหลังยังอาจจะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรหรือเจ้าหน้าที่ทำไม่ถูกต้อง มีการเรียกผลประโยชน์เพื่อให้ได้การนิรโทษกรรมการภาษีครั้งนี้ ทำให้การดำเนินการนี้ไม่สามารถลดการทำไม่ถูกต้องได้แล้ว ยังเป็นการเปิดช่องทางให้มีการกระทำที่ไม่ถูกต้องขึ้นใหม่อีกด้วย
จึงไม่ต้องแปลกใจที่ภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังเป็นกังวลกับโครงการบัญชีเดียวของรัฐบาล โดยไม่ตรวจสอบย้อนหลังจะมีความชัดเจนมากแค่ไหน โดยเฉพาะหากเปิดเผยข้อมูลออกไปจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีการเอาผิดย้อนหลัง
หากไม่มีการนิรโทษแบบเหมาเข่งล้างความผิดให้หมดผู้ประกอบการคงไม่สนใจ ทำให้รัฐบาลได้สร้างวิธีการให้นำไปสู่การนิรโทษกรรมภาษีแบบซ่อนรูป ถึงแม้ว่าการปฏิรูปภาษีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บรายได้เป็นสิ่งที่ดี แต่วิธีการที่ไม่โปร่งใสใช้อำนาจพิเศษ เพื่อตัดตอนล้างผิดให้กับผู้เสียภาษีและเปิดโอกาสให้กลับมาทำผิดใหม่ โดยไม่เอาผิดย้อนหลังเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบว่าได้คุ้มเสียทางเศรษฐกิจหรือไม่
และรัฐบาลต้องตอบสังคมให้ได้ว่าการดำเนินการเช่นนี้คนที่ได้ประโยชน์จริงๆ คือใคร







