
คาดไม่เกินเดือนครึ่งรู้ผลตรวจที่มาคราบน้ำมันหาดประจวบฯ
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติคาด4-6สัปดาห์รู้ผลคราบน้ำมันชายหาดชะอำ-ประจวบฯมาจากแหล่งผลิตอ่าวไทยหรือไม่
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติคาด4-6สัปดาห์รู้ผลคราบน้ำมันชายหาดชะอำ-ประจวบฯมาจากแหล่งผลิตอ่าวไทยหรือไม่
นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี รักษาการอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยถึงกรณีมีปรากฎการณ์คราบน้ำมัน ขึ้นที่ชายหาดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บริเวณเขาตะเกียบจนถึงหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. นั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.)ได้รับการประสานจากนายสุรชัย สินประกอบ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายทรรศชล พุทธรัตนา พลังงานจังหวัดเพชรบุรี เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่บริษัท เอสจีเอส(ประเทศไทย) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการสร้างความรู้ความเข้าใจ และการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปรากฎการณ์การเกิดก้อนน้ำมันดิน(Tarball) ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดินบริเวณเขาตะเกียบ และหาดชะอำ ร่วมกับพลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี
ทั้งนี้จะนำตัวอย่างก้อนน้ำมันดินส่งวิเคราะห์ไปยังห้องปฏิบัติการ ณ ประเทศเบลเยี่ยม คาดว่าจะใช้เวลาวิเคราะห์ประมาณ 4-6 สัปดาห์ จึงรู้ผล แล้วจะนำผล การวิเคราะห์ตัวอย่างก้อนน้ำมันดินมาเปรียบเทียบเอกลักษณ์ลายพิมพ์นิ้วมือ (Fingerprint) กับน้ำมันดิบ จากแหล่งผลิตในอ่าวไทย เพื่อพิสูจน์ว่ามาจากแหล่งผลิตในอ่าวไทยหรือไม่ สำหรับผลการวิเคราะห์ตัวอย่าง ที่ส่งไปวิเคราะห์ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะติดตามผลมารายงานต่อไป
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของบริษัทผู้รับสัมปทานในอ่าวไทย ทั้งในกิจกรรมการขุดเจาะ การผลิต และการขนถ่ายเพื่อซื้อ-ขาย จากเรือกักเก็บน้ำมันดิบ พบว่าไม่มีเหตุน้ำมันรั่วจากกิจกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะเดียวกันจากการเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดินตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่า น้ำมันที่พบจะผ่านการกลั่นมาแล้วไม่ใช่น้ำมันดิบ
นายวีระศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า การหาต้นตอของปัญหาคราบน้ำมันที่เกิดขึ้น นอกจากการส่งตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบแล้ว คงต้องอาศัยความร่วมมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสอบสวน ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเจ้าท่า กรมเชื้อเพลิงงธรรมชาติ สำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) โดยในอนาคตอาจต้องตั้งเป็นทีมงานหรือคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะเพื่อรองรับหากเกิดปัญหาลักษณะเดียวกันนี้อีก
ด้านสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน ทำความสะอาดเก็บก้อนน้ำมันดิน ตั้งแต่บ่ายเมื่อวานนี้ และคาดว่าหากไม่มีก้อนน้ำมันดินเกิดขึ้นเพิ่ม จะสามารถดำเนินการเก็บทำความสะอาดเรียบร้อยทั้งหมดภายในวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีการสังเกตการณ์บริเวณหาดชะอำในช่วงเช้าวันนี้ พบว่าในช่วงน้ำขึ้นไม่มีคราบน้ำมันแต่อย่างใดและประชาชนได้ลงไปใช้ชายหาดได้ตามปกติแล้ว
สำหรับโครงการสร้างความรู้ความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปรากฎการณ์การเกิดก้อนน้ำมันดิน (Tar Ball)กรมเชื้อเพลิงได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี โดย ว่าจ้างบริษัท เอสจีเอส ประเทศไทย จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นฐานของเอกลักษณ์ลายนิ้วมือ (Fingerprint) ของน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมของผู้รับสัมปทานในอ่าวไทยซึ่งใช้พิสูจน์เปรียบเทียบกับเอกลักษณ์ลายพิมพ์นิ้วมือ (Fingerprint) ของก้อนน้ำมันดินที่เกิดขึ้น และโครงการศึกษาวิจัยและติดตามผลกระทบของก้อนน้ำมันดิน (Tar ball) ต่อระบบนิเวศชายฝั่งบริเวณอ่าวไทย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดทำข้อมูลพื้นฐาน (Baseline data) ของปริมาณการสะสม ของสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในตะกอนทราย (Total Petroleum Hydrocarbon, TPH) และกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Bio-marker) ของระบบนิเวศชายหาดในพื้นที่ศึกษา และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมีข้อมูลอ้างอิงเชิงวิชาการที่น่าเชื่อถือ และลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากก้อนน้ำมันดินต่อระบบนิเวศ







