
แรงงานอพยพขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
หมู่บ้านคอนเทนเนอร์ หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับชื่อเรียกหมู่บ้านนี้ แต่ในประเทศไทยหมู่บ้านแห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นที่พักพิงแห่งใหม่ของแรงงานผู้อพยพที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในไทย รวมทั้งผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไปได้
หมู่บ้านคอนเทนเนอร์ หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับชื่อเรียกหมู่บ้านนี้ แต่ในประเทศไทยหมู่บ้านแห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นที่พักพิงแห่งใหม่ของแรงงานผู้อพยพที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในไทย รวมทั้งผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไปได้
เอเอฟพี รายงานติดตามเรื่องราวของแรงงานต่างด้าวในเมืองไทยว่า มีแรงงานอพยพหลายร้อยคนที่ต้องอาศัยอยู่ใน “หมู่บ้านตู้คอนเทนเนอร์” แห่งนี้ ซึ่งหากมองดูแล้วอาจจะดูแปลกจากที่อยู่อาศัยธรรมดาทั่วไป แต่สำหรับแรงงานอพยพเหล่านี้แล้ว ทุกคนล้วนพึงพอใจ รวมทั้งมีอิสระในการใช้ชีวิตเมื่อมาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้
ในไทยมีผู้อพยพหลายร้อยคนที่ต้องอาศัย และใช้ชีวิตอยู่ใน “หมู่บ้านตู้คอนเทนเนอร์” ซึ่งการออกแบบที่อยู่อาศัยแห่งนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย ด้วยการนำตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้บรรทุกสินค้ามาตกแต่งใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับเป็นที่อยู่อาศัย
รายงานอ้างการสัมภาษณ์ของ “ดวน” แรงงานอพยพหญิงสาวชาวกัมพูชาคนหนึ่ง วัย 28 ปี โดยระบุว่า ชีวิตของหญิงสาวชาวกัมพูชาคนนี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในไทย แม้ว่าการอาศัยอยู่ในกัมพูชาจะไม่เลวร้ายนัก แต่ในกัมพูชานั้นมีค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่าในไทยมาก
ดวน เป็นหนึ่งในแรงงานผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยอยู่ในไทย ซึ่งมีเหตุผลในการย้ายถิ่นฐาน เหมือนกับผู้อพยพอีกหลายล้านคน โดยเหตุผลหลักนั้นเนื่องมาจากค่าจ้างแรงงานในไทยที่สูงกว่า รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมของไทยที่มีการเติบโตมากกว่าเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้หลายคนอยากเข้ามาทำงานในประเทศ
ทั้งนี้ แรงงานผู้อพยพหลักส่วนใหญ่นั้น เป็นแรงงานชาวเมียนมา กัมพูชา และลาว ซึ่งอพยพเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งงานที่แรงงานอพยพเหล่านี้รับจ้างมีทั้งงานก่อสร้าง เกษตรกรรม ประมง รวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิต
เจฟฟรีย์ ลาโบวิทซ์ หัวหน้าสำนักงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) ประจำประเทศไทย ระบุว่า งานที่แรงงานอพยพเหล่านี้เข้าไปทำ เป็นงานที่คนไทยไม่ปรารถนาจะทำอีกต่อไป ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าแรงงานอพยพเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจไทยอยู่ในขณะนี้
นอกจากนี้ งานที่ผู้อพยพทำนั้นนับว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงกว่างานประเภทอื่น โดยเมื่อเทียบงานในประเทศของแรงงานผู้อพยพกับประเทศไทยแล้ว นับว่าไทยมีค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่า จึงไม่น่าแปลกใจที่แรงงานต่างด้าวจะอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก
รายงานยังทำการสัมภาษณ์ “ดำ” แรงงานชายวัย 30 ปี โดยทำงานเป็นช่างเชื่อมในโรงงานของไทยแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า ดำได้รับค่าจ้างเป็นเงินไทยราว 400 บาท/วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วเทียบเท่ากับการทำงานในลาวเกือบ 3 วันทีเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแรงงานผู้อพยพเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไปได้ ทว่าแรงงานเหล่านี้ก็ยังเป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในไทยอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งหมายความว่าแรงงานผู้อพยพเหล่านี้ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายเท่าที่ควร







