posttoday
5เดือนอาฟตาไทยได้ดุล1.7แสนล.

5เดือนอาฟตาไทยได้ดุล1.7แสนล.

19 กรกฎาคม 2553

“พาณิชย์” กระตุ้นผู้ประกอบการเกษตรกรใช้สิทธิประโยชน์อาฟตา หลัง 5 เดือนแรกไทยได้ดุลการค้าภายใต้กรอบเพิ่ม 1.69 แสนล้านบาทแล้ว

“พาณิชย์” กระตุ้นผู้ประกอบการเกษตรกรใช้สิทธิประโยชน์อาฟตา หลัง 5 เดือนแรกไทยได้ดุลการค้าภายใต้กรอบเพิ่ม 1.69 แสนล้านบาทแล้ว

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้เดินสายไปจังหวัดต่างๆ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้ส่งออก ใช้สิทธิประโยชน์เสียภาษีนำเข้าในอัตราต่ำในการส่งออกไปอาเซียนมากขึ้น ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา)

กรณีที่หลายฝ่ายกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดตลาดภายใต้อาฟตา โดยเฉพาะสินค้าเกษตร 22 รายการ เช่น ข้าว ถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำมันปาล์ม เป็นต้น ที่ผ่านมากรมได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดตลาด โดยได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสายด่วนอาฟตา (อาฟตาฮอตไลน์) 1385 เพื่อตอบข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับอาฟตา วางระบบบริหารและติดตามการนำเข้า

รวมถึงการจัดทำมาตรการรองรับการเปิดตลาด ได้แก่ กำหนดคุณสมบัติผู้นำเข้า มาตรการสุขอนามัย และกำหนดด่านนำเข้า นอกจากนี้มีโครงการเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า (กองทุนเอฟทีเอ) และมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ผลิตในประเทศ

“ที่ผ่านมากรมได้เดินสายไปจังหวัดต่างๆ ได้แก่ จ.เชียงราย เลย และตรัง และในวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะไปจัดสัมมนาที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ มะพร้าวและปาล์มน้ำมัน จากนั้นจะไป จ.จันทบุรี และตาก เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์จากการสัมมนา และพร้อมบุกตลาดอาเซียนเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าต่อไป” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 ที่อาฟตามีผลบังคับใช้ การส่งออกสินค้าไทยไปอาเซียนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย 5 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.พ.ค.) ไทยส่งออกไปอาเซียนแล้ว 5.69 แสนล้านบาท นำเข้า 3.99 แสนล้านบาท รวมมูลค่าการค้า 9.68 แสนล้านบาท ไทยได้ดุลการค้า 1.69 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรมีมูลค่าส่งออก 4.67 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าเกษตรที่ส่งออกมาก ได้แก่ ยางพารา ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และข้าวโพด

รายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่า หลังการเปิดอาฟตาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.31 พ.ค. 2553 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับประเทศในอาเซียนทั้งสิ้น 99,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แยกเป็นมูลค่าการส่งออก 81,729 ล้านบาท และมูลค่าการนำเข้า 17,665 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมไทยได้เปรียบดุลการค้า วงเงิน 64,064 ล้านบาท สินค้าที่ไทยขยายการส่งออกได้มากขึ้น คือ ข้าวและธัญพืช มูลค่า 15,146 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104% ผลิตภัณฑ์แป้งจากธัญพืช มูลค่า 5,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 257% กลุ่มน้ำตาลและขนมที่ทำจากน้ำตาล มูลค่า 26,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185% 

"การส่งออกสินค้าเกษตรในภาพรวม ประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้า แต่ไทยก็ต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ล่าสุดกระทรวงเกษตรฯเสนอให้ใช้มาตรการปกป้องพิเศษของความตกลงว่าด้วยการเกษตร (เอสเอสจี) ภายใต้อาฟตา นอกเหนือจากมาตรการ ตาม พ.ร.บ.มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ.2550 ของกระทรวงพาณิชย์ที่ใช้ได้กับกรณีปกป้องแบบธรรมดา โดยจะนำข้อมูลการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น หรือราคาภายในประเทศที่ตกต่ำ เฉพาะสินค้าที่ผ่านการเปิดตลาดแล้ว มาคำนวณเพื่อหาค่าเกณฑ์ปริมาณและเกณฑ์ราคานำเข้า ซึ่งหากตัวเลขการนำเข้ามีจำนวนมากกว่าที่กำหนดไว้ ไทยสามารถเก็บภาษีการนำเข้าได้ทันที ตามมาตรการปกป้องพิเศษนี้"

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี