posttoday
อภิสิทธิ์เร่งมือกองทุนออมแห่งชาติก่อนหมดวาระ

อภิสิทธิ์เร่งมือกองทุนออมแห่งชาติก่อนหมดวาระ

19 กรกฎาคม 2553

มาร์คเดินหน้ากองทุนการออมแห่งชาติ ยันก่อนหมดวาระเห็นแน่

มาร์คเดินหน้ากองทุนการออมแห่งชาติ ยันก่อนหมดวาระเห็นแน่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ว่า สิ่งที่ตั้งใจอยากทำมากที่สุดในการบริหารประเทศคือ คนไทยทุกคนควรมีหลักประกันที่มากขึ้น หมายถึงความมั่นคงในชีวิต

“เมื่อก่อนก็จะมีข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน ที่สิทธิประโยชน์ดี มีประกันสังคม แต่วันนี้มีประชาชนอีก 3040 ล้านคน ซึ่งยังไม่มีหลักประกัน ซึ่งรัฐบาลก็เริ่มทำ”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้รัฐบาลจะผลักดันระบบการออมแห่งชาติขึ้นมา โดยให้ประชาชนได้สมทบเงิน จะมีกองทุนเงินออมขึ้นเป็นการเฉพาะ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด และอยากเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นใน 5 ปี 10 ปีข้างหน้า

“คนไทยที่เกิดมาไม่ว่าจะอยู่ชนบท ชาวนา ชาวไร่ เป็นผู้ด้อยโอกาส อย่างน้อยที่สุดมีความมั่นใจว่าพื้นฐานชีวิตของเขามีบางสิ่งบางอย่าง มีโอกาส นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะชีวิตชาวบ้านทุกคนต้องมีความมั่นคง ผมกล้ายืนยันได้ว่าใน 1 ปี 7 เดือน หรือเมื่อพ้นวาระไปนี้ รับรองได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาให้กับคนได้ค่อนข้างที่จะมากที่สุด” นายกฯ กล่าว

นางวรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า แนวคิดจัดตั้งระบบบำนาญชราภาพเพื่อให้ประชาชนออมเงินใช้ในยามชรา สอดคล้องกับความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ โดยเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจพบว่ากว่า 82% ของประชาชนต้องการออมเงิน มีเพียง 2% เท่านั้นที่ไม่ต้องการออมเพราะไม่เชื่อมั่น

นางวรวรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการระบบบำนาญสำหรับคนไทย เพราะเกรงว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และเป็นภาระผูกพัน แต่จากการศึกษาเชิงวิชาการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาผู้สูงอายุไทย กลับเห็นตรงกันว่าการจัดทำระบบบำนาญสำหรับคนไทยไม่ได้เป็นภาระงบประมาณ หากให้ประชาชนร่วมออมด้วย

สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเสนอให้มีการออมขั้นต่ำโดยรัฐร่วมสมทบเข้าบัญชีแต่ละคน เช่น วัย 2030 ปี ออมขั้นต่ำ 100 บาท รัฐช่วยสมทบ 50 บาท วัย 3050 ปี ออมขั้นต่ำ 100 บาท รัฐช่วยสมทบ 80 บาท และวัย 5060 ปี ออมขั้นต่ำ 100 บาท รัฐช่วยสมทบ 100 บาทเป็นต้น โดยที่การออมของทุกกลุ่มอายุ สามารถเพิ่มขึ้นได้ถึงเดือนละ 1,000 บาท แต่รัฐยังออมในจำนวนเท่าเดิมไม่ต้องเพิ่มตาม ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และไม่เพิ่มภาระการคลังในระยะยาว ในปีแรก โดย มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาผู้สูงอายุไทย ได้ร่าง พ.ร.บ. บำนาญแห่งชาติ ที่มีรายละเอียดของการบริหารจัดการและการกำกับตรวจสอบไว้เช่นกัน รอเพียงรัฐบาลนำไปใช้เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน