posttoday
ระบบบัญชีใหม่ลูกจ้างได้เงินก่อน

ระบบบัญชีใหม่ลูกจ้างได้เงินก่อน

19 กรกฎาคม 2553

พิษมาตรฐานบัญชีไทย ให้นำผลประโยชน์จ่ายพนักงานบันทึกเป็นหนี้ ป่วนฐานะบริษัท ขณะลูกจ้างเฮ ถ้าเลิกกิจการได้เงินก่อน

พิษมาตรฐานบัญชีไทย ให้นำผลประโยชน์จ่ายพนักงานบันทึกเป็นหนี้ ป่วนฐานะบริษัท ขณะลูกจ้างเฮ ถ้าเลิกกิจการได้เงินก่อน

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปีนี้สภาวิชาชีพบัญชีได้กำหนดให้นิติบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับสาธารณะทุกแห่ง เช่น บริษัทมหาชน ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง บริษัทประกันภัย และบริษัทประกันชีวิต ต้องถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีไทย (TAS) ในเรื่องผลประโยชน์พนักงาน ตามมาตรการบัญชีฉบับที่ 19 ที่กำหนดให้บันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าจ้างพนักงานในปัจจุบัน และที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต นำมาลงบัญชีเป็นภาระหนี้ โดยให้พนักงานมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัท

สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงบันทึกในบัญชีประกอบด้วย ค่าจ้าง เงินเดือน กองทุน เงินสะสมประกันสังคม ค่าตอบแทน บำนาญ การแบ่งกำไร โบนัส สวัสดิการการรักษาพยาบาล ผลประโยชน์หลังเลิกจ้าง เบี้ยประกันชีวิต ค่ารักษาพยาบาลหลังออกจากงาน รวมทั้งค่าตอบแทนทุกอย่างที่ต้องจ่าย

นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า ในประเทศไทยกฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้จริงในปี 2554 ซึ่งการปฏิบัติธนาคาร บริษัทมหาชน สามารถทำได้ใน 2 รูปแบบ คือ ตั้งภาระหนี้ในส่วนของผลประโยชน์พนักงานทั้งหมดปีเดียวครั้งเดียว หรือทยอยทำหลายครั้งก็ได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของระบบธนาคารพาณิชย์ ธปท.ยังไม่กำหนดว่าจะให้ทำครั้งเดียวหรือทยอยทำ เนื่องจากขณะนี้ ธปท.ยังรอข้อมูลการประเมินค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จากธนาคารอยู่ ว่าจะมีจำนวนเท่าไร ก่อนที่ ธปท.จะนำข้อมูลเหล่านี้กลับมาสรุปรูปแบบวิธีในการดำเนินการอีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าจะสรุปแนวทางปฏิบัติของระบบธนาคารในเรื่องนี้ได้ในช่วงต้นไตรมาส 4 ปีนี้

“ประเด็นที่เราห่วงว่าอาจกระทบกับระบบธนาคารและบริษัทมหาชน คือ ต้องบันทึกผลประโยชน์ของพนักงานระยะสั้นหลังออกจากงานระยะยาว และผลประโยชน์เมื่อเลิกจ้างลงไป ธนาคารไหน บริษัทใดที่มีพนักงานจำนวนมาก อายุงานหลาย 10 ปีขึ้นไปต้องบันทึกภาระหนี้ส่วนนี้มาก เนื่องจากต้องประเมินค่าใช้จ่ายปัจจุบันและคาดต้องจ่ายในอนาคตบันทึกไปด้วย จึงอาจกระทบต่อฐานะ รายได้ ความสามารถทำกำไร หรือราคาหุ้นของธนาคารหรือบริษัทได้ โดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็กที่มีผลประกอบการไม่สูงมากนัก” ผู้บริหาร ธปท. กล่าว

ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติถือว่าให้ความเป็นธรรมกับพนักงาน ช่วยลดความเสี่ยงหากบริษัทเลิกกิจการ พนักงานจะได้รับชำระหนี้ก่อนในฐานะเจ้าหนี้ทั้งนี้ หากพิจารณาในทางปฏิบัติแล้ว แนวทางการดังกล่าวถือว่าจะมีความเป็นธรรมกับพนักงาน ลูกจ้างในการลดความเสี่ยง ป้องกันสิทธิของพนักงานว่าจะได้รับค่าชดเชย หากบริษัทหรือธนาคารมีการเลิกกิจการ เพราะถ้าพนักงานเป็นเจ้าหนี้ต้องได้รับชำระหนี้ก่อน

นางผ่องเพ็ญ กล่าวอีกว่า มาตรฐานบัญชีไทยที่จะนำมาใช้บังคับนั้นแม้จะสร้างภาระให้กับบริษัท สถาบันการเงิน ธุรกิจประกัน แต่ก็สร้างความเชื่อมั่นต่อผลประโยชน์ของกิจการ ทำให้พนักงานมีขวัญกำลังใจเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชีสากล (IAS) ซึ่งหากประเทศใดนำไปปฏิบัติได้ก็สร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล

น.ส.พิมพา ถาวรายุศม์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า มาตรฐานบาร์เซิล 3 ที่คณะกรรมการบาร์เซิลกำลังพิจารณาปรับปรุงอยู่ในขณะนี้ เพื่อนำมากำหนดใช้ประมาณปี 2556 ในเรื่องความเข้มแข็งของเงินกองทุนและสภาพคล่องป้องกันการเกิดปัญหาวิกฤตการเงินซ้ำรอยสหรัฐและยุโรป เช่น เกณฑ์การกำหนดเงินกองทุน ซึ่งบาร์เซิลต้องการให้เครดิตเรสติ้งต่างกันควรมีความเสี่ยงต่างกัน ไม่ใช่กำหนดระดับเงินกองทุนเท่ากันที่ไม่ต่ำกว่า 8% เช่นในปัจจุบัน เพียงแต่ขณะนี้การหารือยังไม่มีข้อสรุปว่าควรกำหนดเงินกองทุนที่ระดับเท่าใด

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มการสำรองหนี้ทันทีที่ปล่อยกู้ แม้จะยังไม่เป็นหนี้เสีย จากเดิมที่ให้กันสำรองหลังเกิดหนี้เสียหรือถ้ายังไม่เสียก็ให้กันสำรองแบบสมัครใจไม่บังคับ การกำหนดให้เพิ่มสภาพคล่องด้วยการถือสินทรัพย์สภาพคล่อง เช่น เงินสด พันธบัตร ฯลฯ ไว้ให้เพียงพอกับการถอนเงินในบัญชีเงินฝากบุคคลธรรมดา ในระยะเวลาหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งธนาคารกลางหรือหน่วยงานรัฐ เพื่อรองรับภาวะวิกฤตที่คาดไม่ถึง

หรือ การคำนวณเงินกองทุน ที่ต่อไปบาร์เซิลจะไม่ให้นับหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น ตราสารหนี้ประเภทไฮบริด T1 หรือ ไฮบริด T2 เข้าเป็นเงินกองทุนของธนาคาร เพราะถือว่ามีความเสี่ยงในการใช้เงินกู้ยืมมากกว่าใช้เงินทุนของตัวธนาคารเอง ซึ่งจุดนี้อาจจะกระทบกับระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่เคยออกไฮบริดไปก่อนหน้านี้ที่มีวงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท

“เรื่องที่ไม่ให้นับไฮบริดนี้อาจกระทบเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส)ของระบบแบงก์เราบ้าง แต่ถึงจะไม่ให้ก็ไม่ทำให้เงินกองทุนแบงก์ลดต่ำกว่าเลข 2 หลัก เพราะขณะนี้เงินกองทุนทั้งระบบสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 16% จึงไม่น่าห่วง อีกอย่างหลักเกณณ์เหล่านี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะนำมาบังคับใช้หรือไม่ เพราะยังอยู่ระหว่างหารือ ที่สำคัญการนำมาบังคับใช้บาร์เซิลยังให้สิทธิธนาคารกลางแต่ละประเทศพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะสมได้ เพราะเกณฑ์หลายอยางเข้มงวดไปสำหรับระบบธนาคารไทย และเกณฑ์หลายอย่างธปท.ให้ทำไว้ก่อนแล้วเพื่อความเข้มแข็ง ซึ่งฐานะของธนาคารไทยปัจจุบันแข็งแกร่งมากไม่น่าห่วง หรือหากให้บังคับใช้จริงธนาคารไทยก็ยังมีเวลาปรับตัว เพราะบาร์เซิลให้ยืดหยุ่นใช้ได้จนครบกำหนดอายุ ซึ่งนานเป็น 10 ปี ไม่น่ากระทบมาก ” น.ส.พิมพากล่าว

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การกำกับดูแลระบบธนาคารพาณิชย์ขอบาร์เซิล 3 ยังไม่มีข้อสรูปที่ชัดเจนว่าเกณฑ์ใดควรมากำหนดใช้หรือไม่ เพราะยังอยู่ในช่วงรับฟังความเห็น ซึ่งระบบธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะเกณฑ์เหล่านี้เข้มงวดและเป็นข้อจำกัดการดำเนินธุรกิจของธนาคารมากเกินไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ