
ราชทัณฑ์แจงญาติ "ปรากรม" ไม่สงสัยสาเหตุการตาย
ราชทัณฑ์แจงญาติ "ปรากรม" ไม่สงสัยสาเหตุการตาย เผยหมอหยองมีอาการปากเบี้ยวจึงส่งรพ.ตรวจ แต่ไม่พบการกระทบเทือนทางสมอง
ราชทัณฑ์แจงญาติ "ปรากรม" ไม่สงสัยสาเหตุการตาย เผยหมอหยองมีอาการปากเบี้ยวจึงส่งรพ.ตรวจ แต่ไม่พบการกระทบเทือนทางสมอง
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.30. น.ช่วงเช้าญาติ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องขังที่เสียชีวิต โดยการผูกคอตาย เมื่อวันที่23 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้นได้มาติดต่อขอรับศพจากทัณฑสถานโรงพยายาทราชทัณฑ์ ไปแล้ว ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิต ตามที่คณะกรรมการชันสูตรพลิกศพ ได้ระบุการเสียชีวิตแล้ว ซึ่งญาติไม่ได้ติดใจการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้กับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ต่อไป ไม่ต้องส่งไปผ่าชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช ตอนนี้หมดหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์แล้วในกรณีดังกล่าว
นายวิทยา กล่าวอีกว่า การตายในขณะถูกควบคุมตัวนั้นตามหลักแล้วต้องมีการชันสูตรพลิกศพ โดย พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ แพทย์ และฝ่ายปกครอง เพื่อหาสาเหตุการตาย หากหาสาเหตุการตายไม่พบ จึงส่งสถาบันนิติเวช เพื่อผ่าพิสูจน์ระบุสาเหตุการตาย เพื่อประโยชน์ทางคดี แต่กรณีนี้ ผู้ชันสูตรลงความเห็นว่า"ตายเพราะขาดอากาศหายใจจากรอยกดรัดบริเวณลำคอ" หากญาติไม่สงสัยการตาย ก็รับศพไปได้จัดการตามประเพณีได้
นายวิทยา กล่าวต่อว่า กรณีที่ต้องผ่าพิสูจน์ส่วนมากเป็นคดี เช่น ฆ่ากันตาย ด้วยมีดหรือาวุธปืน เพระต้องทราบว่าเป็นอาวุธปืนขนาดไหน ยิงจากตรงไหน เพื่อดำเนินคดีกับคนที่ทำให้ตาย แต่กรณีนี้ผูกคอตาย ปรากฎสาเหตุชัด ญาติไม่สงสัย หรือร้องให้พอสูจน์ ก็รับศพไปได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของเรือนจำ ก็ต้องสอบสวนข้อเท็จริงเพื่อสรุปรายงาน และลงโทษเจ้าหน้าที่หากพบว่าบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ต่อไป
นายวิทยา กล่าวถึงกรณีนายสุริยัน หรือหมอหยอง นั้นยังคงอยู่ในระหว่างการควบคุมในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต มีอาการป่วยเล็กน้อยเป็นความดัน ตามวัยของผู้สูงอายุ ไม่ได้มีอาการหนักสาหัส ตามกระแสข่าวลือแต่ อย่างและเมื่อช่วงเช้าได้รายงานความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในคดีดังกล่วร่วมทั้งอาการของนาสุริยน ให้พล.อ.ไพพูลย์รับทราบ แล้ววว่า อาการปกติ เมื่อตอนเช้ารับประทานโจ๊ก ได้ตามปกติ
ทั้งนี้เข้าใจว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเมื่อกลางคืนวันที่ 22 ต.ค.หลังรับตัวจากศาลทหาร นายสุริยน มีลักษณะอาการปากเบี้ยว เจ้าหน้าที่ไปพบเลยเกรงว่าจะมีอาการทางสมองหรือไม่ หรืออาจจะป่วยหนัก จึงได้รายงานตนทราบ จึงสั่งให้นำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อใช้เครื่องMRI สแกนสมอง แต่พอตรวจแล้วก็ไม่ปรากฎอาการกระทบเทือนทางสมองแต่อย่างใด จากนั้นจึงนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำตามปกติ ไม่ได้เสียชีวิตหรือกอาการสาหัสตามข่าวลือแต่อย่างใด
นายวิทยา กล่าวอีกว่า ส่วนการรักษาความปลอดภัยของทางเรือนจำนั้น ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำและทหาร ได้ดูแลผู้ต้องขังทุกรายที่คุมขังในเรือนจำชั่วคราว มทบ. 11 ร่วมกัน โดยแบ่งเป็นเวรยามเดินตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับการดูแลอาการป่วยนั้น หากผู้ต้องขังมีอาการป่วย ก็จะมีพยาบาลราชทัณฑ์คอยให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นอยู่แล้ว หากมีอาการหนักขึ้น จึงจะนำส่งโรงพยาบาลต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ เลขาฯ ของนายสุริยัน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกันนั้น ก็ยังอยู่ในอาการปกติเช่นกัน







