posttoday
ปัญหาที่ดินกับป่าไม้ นโยบาย กฎหมายและความยุติธรรม

ปัญหาที่ดินกับป่าไม้ นโยบาย กฎหมายและความยุติธรรม

26 ตุลาคม 2558

...กฎหมายมีไว้สำหรับให้มีความสงบสุขในบ้านเมือง มิใช่ว่ากฎหมายมีไว้สำหรับบังคับประชาชน ถ้ามุ่งหมายที่จะบังคับประชาชนก็กลายเป็นเผด็จการ กลายเป็นสิ่งที่บุคคลหมู่น้อยจะบังคับคนหมู่มาก ในทางตรงกันข้ามกฎหมายมีไว้สำหรับให้บุคคลหมู่มากมีเสรีและอยู่ได้ด้วยความสงบ...

...กฎหมายมีไว้สำหรับให้มีความสงบสุขในบ้านเมือง มิใช่ว่ากฎหมายมีไว้สำหรับบังคับประชาชน ถ้ามุ่งหมายที่จะบังคับประชาชนก็กลายเป็นเผด็จการ กลายเป็นสิ่งที่บุคคลหมู่น้อยจะบังคับคนหมู่มาก ในทางตรงกันข้ามกฎหมายมีไว้สำหรับให้บุคคลหมู่มากมีเสรีและอยู่ได้ด้วยความสงบ...

...ในป่าสงวนซึ่งทางราชการได้ขีดเส้นไว้ว่าเป็นป่าสงวนหรือป่าจำแนก แต่ว่าเราขีดเส้นไว้ ประชาชนก็มีอยู่ในนั้นแล้ว เราจะเอากฎหมายป่าสงวนไปบังคับคนที่อยู่ในป่าที่ยังไม่ได้สงวนแล้วเพิ่งไปสงวนทีหลังโดยขีดเส้นบนเศษกระดาษก็ชอบกลอยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อขีดเส้นแล้วประชาชนที่อยู่ในนั้นกลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายไป ถ้าดูในทางกฎหมายเขาก็ฝ่าฝืน เพราะว่าตรามาเป็นกฎหมายโดยชอบธรรม แต่ว่าถ้าตามธรรมชาติใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย ก็คือผู้ขีดเส้นนั้นเอง เพราะว่าบุคคลที่อยู่ในป่านั้นเขาอยู่ก่อน เขามีสิทธิในทางเป็นมนุษย์ หมายความว่า ทางราชการบุกรุกบุคคล ไม่ใช่บุคคลบุกรุกกฎหมายบ้านเมือง...

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงานวันรพี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2516

บ้านเมืองจะมีความสงบสุขได้ หากทุกคนทุกฝ่ายนำเอาพระบรมราโชวาทที่พระราชทานนี้ใส่เกล้าใส่กระหม่อมไปปฏิบัติ

หากเรายึดตามแนวพระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทานว่า “กฎหมายมีไว้สำหรับให้มีความสงบสุขในบ้านเมือง มิใช่ว่ากฎหมายมีไว้สำหรับบังคับประชาชน ถ้ามุ่งหมายที่จะบังคับประชาชนก็กลายเป็นเผด็จการ กลายเป็นสิ่งที่บุคคลหมู่น้อยจะบังคับคนหมู่มาก ในทางตรงกันข้ามกฎหมายมีไว้สำหรับให้บุคคลหมู่มากมีเสรีและอยู่ได้ด้วยความสงบ”

บ้านเมืองก็คงไม่เกิดความวุ่นวาย แต่น่าเสียดายว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ไม่ได้ยึดหลักการดังกล่าว

ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายจึงควรต้องทบทวนปัญหาที่ผ่านมา และนำเอาหลักการตามพระบรมราโชวาทไปปฏิบัติ บ้านเมืองจะได้เกิดความสงบสุขเสียที

ปัญหาที่ดินกับป่าไม้ก็เป็นปัญหาเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ การประกาศเขตป่าไม้ก็มักจะใช้วิธีการขีดเส้นขอบเขตป่าไม้ลงบนแผนที่กระดาษ โดยที่ไม่ได้มีการเดินสำรวจจัดทำแนวเขตตามสภาพความเป็นจริง แม้ว่าจะมีระเบียบกำหนดให้มีการเดินสำรวจเพื่อปักแนวเขต ติดป้าย เพื่อให้เกิดความชัดเจน แต่ข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ป่าไม้อาจเดินสำรวจรังวัดบ้าง ปล่อยให้ลูกจ้างที่ไม่ต้องรับผิดชอบเดินแทนบ้าง หรือบางทีก็ไม่เดินหรือเดินไม่ครบ และส่วนใหญ่ก็สำรวจแต่รอบนอก ไม่ได้สำรวจว่ามีคนอยู่อาศัยในเขตป่านั้นหรือไม่ อาจเป็นเพราะป่าไม้ในขณะนั้นหนาทึบกว้างขวาง ยากแก่การเดินเข้าไปสำรวจ กำลังคนเครื่องมืออุปกรณ์งบประมาณอาจมีจำกัด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐทรงเป็นห่วงประชาชนของพระองค์ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมและเดือดร้อน และยังทรงทราบความจริงของปัญหาคนกับป่า จึงได้พระราชทานพระบรมราโชวาทว่า “...ในป่าสงวนซึ่งทางราชการได้ขีดเส้นไว้ว่าเป็นป่าสงวนหรือป่าจำแนก แต่ว่าเราขีดเส้นไว้ ประชาชนก็มีอยู่ในนั้นแล้ว เราจะเอากฎหมายป่าสงวนไปบังคับคนที่อยู่ในป่าที่ยังไม่ได้สงวนแล้วเพิ่งไปสงวนทีหลังโดยขีดเส้นบนเศษกระดาษก็ชอบกลอยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อขีดเส้นแล้วประชาชนที่อยู่ในนั้นกลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายไป ถ้าดูในทางกฎหมายเขาก็ฝ่าฝืน เพราะว่าตรามาเป็นกฎหมายโดยชอบธรรม แต่ว่าถ้าตามธรรมชาติใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย ก็คือผู้ขีดเส้นนั้นเอง เพราะว่าบุคคลที่อยู่ในป่านั้นเขาอยู่ก่อน เขามีสิทธิในทางเป็นมนุษย์ หมายความว่า ทางราชการบุกรุกบุคคล ไม่ใช่บุคคลบุกรุกกฎหมายบ้านเมือง...” เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับรู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมดังกล่าว จะได้ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้น

สิ่งที่ผมได้พยายามทำมาตลอดคือ การนำเอาหลักนิติวิทยาศาสตร์มาใช้แทนการตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบเดิม ที่ใช้เพียงการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและแผนที่ลายเส้นที่ไม่มีรายละเอียดมากเป็นแค่โดยประมาณมาใช้ในการพิสูจน์เพื่อออกเอกสารสิทธิตามกฎหมายให้ ทำให้เกิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ชั่วใช้ในการออกเอกสารสิทธิที่ผิดกฎหมายจนทำให้เกิดการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าจนแทบไม่มีเหลือให้ลูกหลานอีกต่อไป

หลักนิติวิทยาศาสตร์ที่ว่าคือ การแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศที่เคยถ่ายทำไว้ในประเทศไทยในแต่ละช่วง ตั้งแต่ปี 2495 จนถึงปี 2545 และภาพถ่ายทางอากาศที่เพิ่งจัดทำใหม่ในปี 2554-2558 ทั้งหมด แผนที่ทหารระวาง L708 ซึ่งจะเห็นร่องรอยการใช้ประโยชน์ในที่ดินมาประกอบการพิจารณา รวมทั้งแผนที่แสดงขอบเขตป่าไม้และที่ดินของรัฐที่ประกาศไว้มาทำภาพเชิงซ้อน เพื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของการใช้ที่ดินและการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และที่ดินของรัฐ จะทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าบุคคลใดอยู่อย่างถูกต้องมาก่อนประกาศเขตป่าไม้หรือบุกรุกเข้าไปหลังมีการประกาศเขตป่าไม้แล้ว

แนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศจะเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาอ้างว่าพื้นที่ติดป่าไม้อยู่ในหรือนอกเขตป่าไม้ ซึ่งต้องมาดูข้อเท็จจริงตามภาพถ่ายด้วยว่าเมื่อตอนประกาศแนวเขตตามแผนที่ในประกาศสภาพป่าในขณะนั้นหรือเวลาใกล้เคียงมีขอบเขตอย่างไร แผนที่ตามท้ายประกาศเป็นเพียงแผนที่ลายเส้นโดยประมาณเท่านั้น หากเอาภาพถ่ายที่เห็นสภาพป่าตามความเป็นจริงมาประกอบแล้วปรับขอบเขตตามความเป็นจริงจะเห็นภาพชัดเจนว่าบุกรุกหรือไม่ ไม่ต้องมาอ้างว่าเส้นขอบเขตป่าไม้ที่ลากบนแผนที่แล้วกว้างเป็นกิโลเมตรทำให้ไม่ชัดเจนจึงยกประโยชน์ให้คนที่บุกรุกไป

มีความพยายามที่จะอ้างอีกว่า ภาพถ่ายทางอากาศไม่มีกฎหมายรองรับ จึงต้องยึดแนวเส้นตามแผนที่ลายเส้นขอบเขตป่าไม้ที่แนบท้ายประกาศเท่านั้น เพราะเป็นประกาศตามกฎหมาย แต่คงลืมข้อเท็จจริงว่า ถึงแม้แนวเขตภาพถ่ายและประกาศจะแตกต่างกัน พื้นที่นอกเขตตามประกาศที่อ้างก็ยังเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 จะอ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับคงไม่ได้

เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับคนที่อยู่ก่อน รัฐบาลจะต้องเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบโดยใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าว พิสูจน์สิทธิให้กับคนที่ถูกกฎหมายบุกรุก และหากพบว่าอยู่มาก่อนกฎหมายก็ควรเร่งดำเนินการออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินให้โดยเร็ว รวมทั้งพิสูจน์สิทธิการได้ที่ดินตามกฎหมายอื่นว่าถูกต้องหรือไม่ด้วย เช่น นิคมสร้างตนเอง นิคมสหกรณ์ และ ส.ป.ก. เป็นต้น 

รัฐบาลควรจัดทำแนวเขตป่าไม้และที่ดินทุกชนิดให้เสร็จสิ้น เพื่อกำหนดขอบเขตป่าไม้และพื้นที่ที่ควรอนุรักษ์ไว้เป็นของรัฐ ก่อนที่จะกำหนดผังการใช้ประโยชน์และขึ้นทะเบียนที่ดินทุกประเภทให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศโดยใช้แผนที่เดียวกันต่อไป

รัฐบาลต้องระวังไม่ทำให้เกิดปัญหาว่า คนที่บุกรุกป่าไม้และที่ดินของรัฐได้รับประโยชน์ เพราะจะทำให้คนที่เคารพกฎหมายเห็นว่าคนทำผิดกฎหมายแล้วได้ประโยชน์ ต่อไปจะไม่มีคนเคารพกฎหมายและจะพากันบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐมากขึ้นจนบ้านเมืองวุ่นวาย

มีที่ดินก็ต้องมีน้ำ รัฐบาลควรเร่งรัดจัดทำระบบการกระจายน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงการสร้างงานสร้างอาชีพเพื่อให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้นอกภาคการเกษตร เพราะที่ดินมีจำกัด รัฐบาลไม่สามารถหาที่ดินทำกินให้ทุกคนได้ นโยบายการจัดหาที่ดินทำกินสวนทางกับนโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของรัฐบาลเอง

ปัญหาที่ดินกับป่าไม้จะแก้ได้อย่างยั่งยืน อยากจะคืนความสุขให้ประชาชน ต้องคืนความยุติธรรม สร้างความเป็นธรรมให้ประเทศชาติและประชาชน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท