
คลังกู้2แสนล.
คลังกู้เงิน 2 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ชดเชยขาดดุลงบประมาณก่อนสิ้นปี
คลังกู้เงิน 2 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ชดเชยขาดดุลงบประมาณก่อนสิ้นปี
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2559 หรือช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ กระทรวงการคลังจะกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน 2 แสนล้านบาท จากวงเงินกู้ที่ตั้งไว้ 3.9 แสนล้านบาท หรือมากกว่า 50% ของวงเงินทั้งหมด เพื่อใช้จ่ายในการลงทุนโครงการต่างๆ
ทั้งนี้ รัฐบาลมีมาตรการเร่งรัดการลงทุนทั้งโครงการขนาดเล็กและขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยในปีนี้จะมีการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่อย่างน้อย 4 โครงการด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ การเก็บรายได้ของประเทศจะเข้ามาน้อย ซึ่งเป็นปกติของการเก็บรายได้ช่วงต้นๆ ภาษีนำส่งที่แต่ละกรมภาษีได้รับแทบจะไม่มี แต่การจัดเก็บจะเข้ามามากในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เนื่องจากเป็นช่วงการจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล
อย่างไรก็ดี ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ออกพันธบัตรออมทรัพย์จำนวน 5 หมื่นล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ออกขายไปส่วนหนึ่งแล้ว และได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี มีการซื้อไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง คาดว่าภายในไม่ช้าจะมีการซื้อครบทั้งจำนวน
ขณะที่การกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณอีก 1.5 แสนล้านบาท ในไตรมาสนี้ จะเป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 20 ปี ซึ่งได้มีการวางแผนที่จะออกพันธบัตรและสถาบันการเงินที่จะเข้าประมูลรับทราบเป็นอย่างดีแล้ว
นายสุวิชญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการเร่งด่วน เช่น ซ่อมสร้างถนนและบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท มีการกู้เงินไปแล้ว 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีการเบิกจ่ายที่รวดเร็วขึ้น ปัจจุบันเบิกจ่ายไปแล้ว 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตามแผนในปีหน้าจะมีการกู้และเบิกจ่ายทั้งหมด 8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็กและการดำเนินการของโครงการไม่เกิน 1 ปี
ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า แผนการบริหารหนี้สาธารณะของรัฐบาลปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท เป็นการกู้ใหม่ 5.63 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการกู้เพื่อการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า การกู้เงิน 2 แสนล้านบาท ในช่วงปลายปีไม่มีผลต่อสภาพคล่องของระบบมากนัก แต่อาจจะมีการแย่งเงินกู้กับสถาบันการเงินที่เตรียมจะออกหุ้นกู้จำหน่าย







