posttoday
เกษสิริ เพิ่มพูล ผู้ไม่เคยสยบยอมต่อชะตาชีวิต

เกษสิริ เพิ่มพูล ผู้ไม่เคยสยบยอมต่อชะตาชีวิต

25 ตุลาคม 2558

ชะตาชีวิตของปุถุชนคนธรรมดายากนักที่ใครผู้นั้นจะล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวเอง

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

ชะตาชีวิตของปุถุชนคนธรรมดายากนักที่ใครผู้นั้นจะล่วงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับตัวเอง ขนาดหมอดูบางคนต้องประสบกับเคราะห์กรรมอันหนักหนากับตัวจนใครต่อใครถึงกับเอ่ยปากทำนองประชดประชันว่า เป็นหมอดูไม่ได้ดูดวงตัวเองเลยหรือ 

สาวสวยคนนี้ “โอ๋-เกษสิริ เพิ่มพูล” อายุ 39 ปี อดีตผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ (รายใหญ่) ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ก็ถูกชะตาชีวิตเล่นตลก เพราะเธอไม่คิดว่าชีวิตที่กำลังไปได้สวยทั้งงานและชีวิตคู่ แต่ต้องประสบพลิกผันอย่างแรง เมื่อวันหนึ่งเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาทั้งสองเดินไม่ได้ กลายเป็นทุพพลภาพ ต้องใช้ชีวิตในสองอิริยาบถคือนั่งและนอน มาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว

ทว่า เธอไม่เคยยอมแพ้กับสภาพร่างกายที่เป็นอยู่ และไม่เคยแสดงความอ่อนแอและความทุกข์ออกมาให้ใครต่อใครเห็น โดยเฉพาะแม่และพ่อของเธอ แต่กลับแสดงออกถึงความเข้มแข็ง ความสดใส ร่าเริงผ่านทางสีหน้าและคำพูดที่เต็มไปด้วยพลังไร้ซึ่งความท้อแท้ เพราะเธอไม่ต้องการให้ทั้งสองท่านต้องทุกข์ระทมจากความรักที่มีต่อเธอในฐานะลูกคนเดียว

ที่สำคัญ แม้ร่างกายจะทุพพลภาพ แต่ด้วยใจที่แข็งแกร่งบวกกับความรู้ที่ร่ำเรียนมา โดยจบปริญญาโท ด้านการเงินการธนาคาร มหาวิทยาลัยเอแบค สามารถพูดและเขียนอังกฤษดีเยี่ยม กอปรด้วยสมองที่สมบูรณ์ทุกประการ เธอจึงคิดว่าการอยู่เฉยไม่ทำอะไรจะยิ่งสร้างภาระให้พ่อแม่มากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ในที่สุดจึงเลือกเรียนหมอดูจบวิชาทำนายหลายศาสตร์ และได้ใช้วิชาที่เรียนมาทำนายชะตาและแก้ปัญหาชีวิตให้คนอื่นๆ นับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันก็มีรายได้จากดูดวงแบ่งเบาภาระพ่อแม่

เกษสิริ เล่าย้อนชีวิตทำงานจนมาถึงช่วงพลิกผันให้ฟังว่า หลังเรียนจบปริญญาโท เอแบค ก็หมายมั่นทำงานธนาคาร จึงไปสมัครงานที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นที่แรก และได้เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อสาขากลาง จากนั้นลาออกไปทำที่ธนาคารกรุงเทพ ทำสินเชื่อนครหลวงสอง ซึ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่เช่นกัน ชีวิตการทำงานช่วงนั้นแฮปปี้ดีมาก แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบเรียนรู้ จึงได้ลาออกไป
ทำที่ธนาคารกสิกรไทย และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งเป็นธนาคารสุดท้ายในชีวิตการทำงานธนาคาร

“โอ๋ทำที่กรุงศรีฯ 1 ปี ก่อนย้ายไปทำที่ธนาคารกรุงเทพ ตามด้วยกสิกรไทย โดยทุกธนาคารประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่และทำฝ่ายสินเชื่อรายใหญ่ทั้งหมด แต่ช่วงทำที่กสิกรไทยได้เป็นผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ ดูแลลูกค้ารายใหญ่กลุ่มอาหารและการโรงแรม ทำการตลาดเกี่ยวกับสินเชื่อรายใหญ่ ทำโปรดักต์แบงก์ทุกอย่าง ทว่าสุดท้ายได้ลาออกไปทำธนาคารฝรั่งคือ  สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ เพราะต้องการเรียนรู้ระบบงานฝรั่ง ทำสินเชื่อรายใหญ่ หาลูกค้า หาเงินฝาก รายงานเป็นภาษาอังกฤษ ชีวิตการงานมีความสุขดี แต่ก็ต้องพลิกผันเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องออกจากงาน แต่หากจนนับเวลาทำงานแบงก์ก็ 5 ปี” เกษสิริ เล่าวิกฤตชีวิต

กับอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้ชีวิตต้องเปลี่ยนไปสิ้น เกษสิริเล่าว่า เกิดขึ้นในปี 2549 ณ เช้าวันหนึ่งเมื่อขับรถมาทำงานที่ชาร์เตอร์ดแบงก์ จากพระราม 2 มุ่งสู่ถนนราชพฤกษ์และไปประสบเหตุที่นั่น เนื่องจากถนนเพิ่งทำใหม่และลื่น เพราะมีคราบน้ำมันเกาะ ทำให้รถวิ่งไถลไปชนกับสิบล้อและพลิกคว่ำจนกระเด็นไปอีกตกอีกฟาก เธอสลบไม่รู้สึกตัว มารู้ตัวอีกทีเมื่ออยู่โรงพยาบาลศิริราช แต่ทว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นรุนแรงจนต้องพักรักษาตัวนานถึง 1 ปีเศษๆ 

“อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้กระดูกคอข้อที่ 4 ที่ 5 หัก เป็นเหตุให้เดินไม่ได้และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องนอนรักษาตัวอยู่ปีกว่าๆ จึงได้ออกจากโรงพยาบาล แต่จำได้ว่าตอนที่ตื่นมาครั้งแรกคิดว่าตัวเองฝันไปและไม่เป็นอะไรมาก ไม่นานคงได้กลับบ้าน จนอาทิตย์กว่าๆ ก็ได้รู้ความจริง เพราะสงสัยว่าทำไมที่เตียงโอ๋ทั้งแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยามารุมล้อมถามเป็นระยะ เป็นยังไง อย่าคิดมากนะๆ จนโอ๋รู้ตัว แต่ไม่เคยร้องไห้ค่ะ ไม่อยากให้คุณแม่คุณพ่อทุกข์ พยายามชวนท่านคุยเรื่องสนุกๆ ไม่ให้ท่านเครียด” อดีตผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อฯ เล่าถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์

ทว่า จากอุบัติเหตุครั้งนั้นนอกจากจะทำให้เธอกลับมาเดินไม่ได้ดังเดิม กลายเป็นบุคคลทุพพลภาพและต้องออกจากงานในที่สุดแล้ว เธอยังต้องเจอมรสุมลูกใหญ่เมื่อคนรักที่เพิ่งแต่งงานได้ 14 วัน กลับปล่อยให้เธอสู้ชีวิตนาวาเพียงลำพัง แต่โชคดีที่เธอยังมีแม่และพ่อดูแลไม่ห่างกายจนถึงวันนี้

“เขาหายไปไม่มาหามา 6 ปีแล้ว แรกๆ ก็มาเยี่ยมอยู่ ต่อมาเริ่มห่างและไม่มาอีกเลย แต่ไม่เป็นไรค่ะ ชีวิตคนเราไม่มีใครที่สมหวังไปทุกอย่าง ก็ต้องมีผิดหวังบ้าง โอ๋ว่าเป็นธรรมดาของชีวิตคนนะ แต่เราต้องมีสติและโอ๋ก็เป็นอย่างนั้น เข้มแข็ง ไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยท้อ พร้อมสู้ เพราะโอ๋ยังมีแม่มีพ่อต้องทำให้ท่านทุกข์น้อยที่สุด เพราะโอ๋รู้ว่าท่านทุกข์ที่โอ๋ต้องมีสภาพอย่างนี้” เธอเล่ามรสุมชีวิต

แต่ด้วยใจที่ไม่เคยยอมแพ้และไม่อยากอยู่เฉย เกษสิริจึงเลือกเรียนหมอดูจนสามารถดูดวงของตัวเองได้ ขณะเดียวกันก็ได้ใช้วิชาทำนายช่วยเหลือผู้คนที่มีทุกข์มานับไม่ถ้วนทางเฟซบุ๊ก (Oh Kapom) และไลน์ โดยการดูดวงเธอไม่เอาเงินมาเป็นตัวตั้ง แต่เอาทุกข์ของคนดูมาเป็นตัวตั้งเพื่อแก้ปัญหาให้

“หลังจากออกจากโรงพยาบาลได้ 3 ปี โอ๋ไม่อยากอยู่เฉยๆ อยากรู้ว่าชีวิตเราทำไมต้องเป็นอย่างนี้ จึงไปเรียนศาสตร์พยากรณ์หลายวิชา เริ่มจากคัมภีร์มหาสัตตเลขโดยอาจารย์ธนกร สินเกษม อดีตนายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทย (ขณะนั้นเป็นนายกสมาคมฯ) ได้เมตตามาสอนให้ฟรีถึงที่บ้าน เพราะท่านเห็นว่าโอ๋เป็นแผลกดทับ จากนั้นก็เรียนอีกหลายวิชา รวมโหราศาสตร์ไทยกับหลายๆ อาจารย์ แต่ตอนเรียนจากอาจารย์ธนกรก็ดูดวงตัวเอง โอ๋เกิดวันพฤหัสบดี ปกติขับรถสีฟ้าและบรอนซ์ แต่วันเกิดเหตุขับสีดำ ซึ่งเป็นกาลีวันพฤหัสบดี เลยประสบเหตุ นี่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ โอ๋เชื่อและคิดว่า ถ้ารู้เกี่ยวกับศาสตร์พวกนี้มาก่อน อย่างน้อยก็น่าจะผ่อนหนักเป็นเบาได้”

ทุกวันนี้เธอมีความสุขกับการช่วยแก้ปัญหาชีวิตให้กับคนที่มีทุกข์ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเงิน สุขภาพ หรือความรัก และทุกครั้งที่ช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ของคนเหล่านั้นได้ เธอก็ยิ่งสุขและรู้สึกถึงคุณค่าชีวิตมากเท่านั้น

ขอซูฮกในจิตใจอันกล้าแกร่งและไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตของผู้หญิงตัวน้อยๆ คนนี้ด้วยใจจริง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน