
บิ๊กต๊อกสั่งสอบเอี๊ยดคดีหมิ่นผูกคอดับ
ไพบูลย์ สั่งสอบข้อเท็จจริง “สารวัตรเอี๊ยด” ผู้ต้องขังคดี 112 ฆ่าตัวตายในห้องขัง
ไพบูลย์ สั่งสอบข้อเท็จจริง “สารวัตรเอี๊ยด” ผู้ต้องขังคดี 112 ฆ่าตัวตายในห้องขัง
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่ามีนักโทษผูกคอฆ่าตัวตายในเรือนจำ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล จึงให้กรมราชทัณฑ์ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและให้รายงานผลการสอบสวนมาโดยเร็ว
ด้านกรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์ว่า ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ได้ใช้ผ้าจากเสื้อผู้ต้องขังที่เรือนจำให้ผูกคอตัวเองกับลูกกรงห้องขัง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เวรรักษาการณ์ได้เปิดห้องขังเข้าไปช่วยเหลือ ในเบื้องต้นผู้ต้องขังยังไม่เสียชีวิตจึงใช้เครื่องช่วยหายใจปฐมพยาบาล และนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และได้รับแจ้งจากแพทย์ในเวลาต่อมาว่าผู้ต้องขังได้เสียชีวิตแล้ว
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุข้อเท็จจริงอีกว่า 1.ห้องขังที่เรือนจำชั่วคราวไม่ใช่ห้องขังเหมือนเรือนจำปกติ แต่ใช้อาคารที่ทำการของหน่วยทหาร ซึ่งมีประตูทึบผนังปูน 4 ด้าน ไม่สามารถมองจากภายนอกได้ ต้องเปิดประตูจึงจะมองเห็น ภายในห้องขังมีเครื่องหลับนอน
2.การควบคุมผู้ต้องขังเวลากลางคืนจะมีเวรผลัดละ 1 คน คอยเดินตรวจตรา ซึ่งเรือนจำชั่วคราวมีผู้ต้องขังรวม 5 คน ผู้ต้องขังถูกขังห้องเพียงลำพัง ไม่มีโอกาสพบคู่คดี มีการเดินตรวจเป็นระยะเท่านั้น และ 3.คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้ต้องขังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจมีปัญหาในการปรับตัว เพราะเพิ่งรับตัวไว้เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ต.ปรากรม เป็น 1 ใน 3 ผู้ต้องหาคดีหมิ่นตามมาตรา 112 ร่วมกับนายสุริยันสุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ คนสนิทหมอหยอง







