posttoday
บังคับจ่าย คดีพุ่ง

บังคับจ่าย คดีพุ่ง

25 ตุลาคม 2558

การซื้อสินค้าหรือจ่ายค่าบริการต่างๆ ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบโดยอาศัยช่องว่างข้อกฎหมายเกิดขึ้นจำนวนมาก

โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

การซื้อสินค้าหรือจ่ายค่าบริการต่างๆ ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบโดยอาศัยช่องว่างข้อกฎหมายเกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบการซื้อสินค้าแล้วได้รับสินค้าไม่ตรงความต้องการหรือไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ หรือบางกรณีเป็นการจ่ายเงินเพราะถูกบังคับ

เฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ปัญหาค่าใช้จ่ายปริศนาโดยไม่จำเป็นถูกร้องเรียนมายังมูลนิธิจำนวนมาก และผ่านเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลมากเช่นกัน เช่น การซื้อรถยนต์ใหม่เป็นคดีฟ้องร้องเป็นอันดับแรก โดยผู้บริโภคซื้อรถมาแล้วมีอาการ 3 วันดี 4 วันซ่อม

“กรณีนี้ศาลพิพากษาให้บริษัทเอกชนคืนเงินดาวน์แก่ผู้บริโภคแล้วจำนวน 6 คดี แต่การร้องเรียนเรื่องแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นทุกวัน” เฉลิมพงษ์ ระบุ

ถัดมาคือการทำประกันชีวิตกรณีทำประกันสูงวัยโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ แต่เมื่อผู้บริโภคเรียกร้องสิทธิ กลับถูกบริษัทประกันปฏิเสธไม่จ่ายเงิน อ้างว่าผู้ทำประกันมีอาการเจ็บป่วยอยู่ก่อนแล้ว เข้าข่ายปิดบังความจริง จึงว่าผิดเงื่อนไขเป็นเหตุให้ทางบริษัทประกันบอกเลิกสัญญาและถือว่าสัญญาประกันเป็นโมฆะทันที

“บางรายส่งเงินประกันไปกว่า 20 ปี ไม่เคยเรียกร้องสิทธิใดๆ ให้ผิดเงื่อนไข หวังรอรับการคืนเงินผลประโยชน์ 30% แต่สุดท้ายปรากฏว่าทางประกันจ่ายเพียง 3% เท่านั้น โดยอ้างการโฆษณาเป็นเพียงข้อกำหนดในใบปลิว แตกต่างจากข้อตกลงในสัญญาที่เขียนระบุรายละเอียดเป็นคนละเรื่อง” เฉลิมพงษ์ กล่าว

เฉลิมพงษ์ ระุบว่า แม้แต่ชาวต่างชาติก็ถูกเอาเปรียบ เช่น ชาวต่างชาติรายหนึ่งมีภรรยาคนไทยและมาอาศัยอยู่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ต้องการนำเงินเกษียณไปทำบัตรเครดิต แต่ธนาคารจูงใจขายบัตรที่สามารถใช้จ่ายในต่างประเทศได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

บังคับจ่าย คดีพุ่ง จิรชัย มูลทองโร่ย

 

ทั้งนี้ เมื่อชาวต่างชาติรายนี้เห็นว่าทำไปก็ไม่เสียหายอะไร แต่อยู่มาวันหนึ่งธนาคารส่งบิลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวนมาก โดยอ้างว่าผู้ถือบัตรได้ใช้บริการในต่างประเทศ ทั้งที่ชาวต่างชาติรายนี้ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศแม้แต่ครั้งเดียว เรื่องนี้ศาลพิพากษาให้ธนาคารคืนเงินพร้อมจ่ายเงินค่าเสียหายให้อีกเท่าตัว

อีกกรณีมีการฟ้องร้องธนาคารแห่งหนึ่งบังคับผู้บริโภคที่ประสงค์ทำบัตรกดเงินสดหรือบัตรเอทีเอ็มพ่วงทำประกัน ทั้งที่ผู้รับบริการไม่ประสงค์จะทำประกัน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีประชาชนถูกบังคับทำประกันลักษณะนี้แล้วกว่า 1 ล้านคน โดยมีการพ่วงขายประกันในราคา 700-800 บาท/คน/ปี ทั้งที่ขอบข่ายวงเงินประกันไม่คุ้มค่าเป็นการจ่ายเงินซ้ำซ้อนอย่างไม่มีเหตุผล

เฉลิมพงษ์ กล่าวว่า กลยุทธ์ขูดรีดเงินปริศนาที่ชัดเจนอีกรูปแบบคือ การแจกซิมฟรี โดยพนักงานหนุ่มสาวชายหญิงยืนเป็นกลุ่มอาศัยจังหวะที่คนเดินผ่านไปมา ยื่นซิมให้พร้อมกับพูดว่า “ซิมฟรี” เมื่อประชาชนรับซิมไปแล้ว พนักงานจะเชิญไปที่บูธพร้อมทั้งขอบัตรประชาชนและกล่อมให้เซ็นชื่อรับรอง

“หากถูกปฏิเสธ พนักงานจะหว่านล้อมหรือฉวยโอกาสดึงบัตรประชาชนไปถ่ายเอกสาร โดยอ้างว่าแค่ใช้เป็นหลักฐานการรับซิมแล้ว ใครหลงกลนี้เท่ากับว่ายอมรับทุกเงื่อนไข รวมทั้งเปิดใช้บริการรายเดือนอัตโนมัติ ถูกมัดมือชกเลือกโปรโมชั่นให้เรียบร้อย

หลังจากนั้นบริษัทจะส่งบิลไปตามที่อยู่บัตรประชาชน แม้ไม่เปิดใช้ซิม แต่จะมีใบแจ้งหนี้มาเป็นรายเดือน ใช้หรือไม่ใช้ก็ต้องเสียเงิน การขูดรีดเงินโดยไม่มีสาเหตุเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเรียกเก็บเงินปริศนาที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็พบเจอถึงตัวได้ทุกเมื่อ” หัวหน้าทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว

ด้าน จิรชัย มูลทองโร่ย รองสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า ปัญหาเงินหายจากการใช้บริการสินค้าหรือบริการอื่นๆ การหักบัญชี หรือบิลใบเสร็จต่างๆ มี 2 ลักษณะ คือ 1.ผู้ใช้บริการสำรวจพบความผิดปกติเอง ซึ่งปัจจุบันไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานกลางเข้าไปติดตามตรวจสอบความถูกต้องของผู้ให้บริการ เช่น บิลค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์มือถือ บริการต่างๆ ของธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่เป็นระบบการหักบัญชี

2.ผู้ใช้บริการประสบปัญหาและตกเป็นข่าวผ่านสื่อมวลชน จึงเข้าร้องเรียน แต่ในทางสถิติของ สคบ. พบว่าประชาชนร้องทุกข์ปัญหาเหล่านี้น้อยมาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเสียเวลา เสียเงินทองกับกระบวนการสอบสวน ซึ่งกว่าจะดำเนินการเอาผิดผู้ให้บริการได้ต้องเสียเวลานานและไม่คุ้มค่า

จิรชัย กล่าวว่า ตามกฎหมายปกติหรือแม้แต่กฎหมาย สคบ. หากพบว่าประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการคิดค่าบริการโดยที่ผู้ให้บริการไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปจากการจัดเก็บค่าบริการเหล่านั้นได้ ย่อมต้องยกประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการและต้องถูกเอาผิดทางกฎหมายด้วย จึงขอให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ แม้จะมีการร้องเรียนมาเพียง 1 ราย ก็เป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบความผิดปกติและจะสามารถขยายผลไปยังกรณีอื่นๆ ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท