
ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ
แม้จะพูดออกไปได้แค่นั้นแต่รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก บอกตามตรงว่าผมยังผวากับการถูกปฏิเสธซ้ำกัน 2 ครั้ง
โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง
แม้จะพูดออกไปได้แค่นั้นแต่รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก บอกตามตรงว่าผมยังผวากับการถูกปฏิเสธซ้ำกัน 2 ครั้งเมื่อวานนี้ กลัวว่าลุยปักจะรังเกียจเลิกคบผมไปอีกคน จึงไม่กล้าพูดออกไปทั้งหมด แต่ลุยปักก็พูดว่า
“ทำไมเงียบไปล่ะ...จะให้ลุยปักช่วยอะไรก็บอกมาซิ”
“ผมอยากรบกวนลุยปักช่วยเล่นแชร์ 1 มือ มือละ 500 บาทกับผม”
ลุยปักฟังอย่างตั้งใจ เมื่อฟังผมเล่าจบ แกนิ่งเงียบไป ทำเอาผมร้อนๆ หนาวๆ ไม่รู้ว่าลุยปักคิดอย่างไร?
แล้วลุยปักก็พูดกับผมว่า
“อาซิวซียังหนุ่มยังแน่น รู้จักค้าขาย ทำมาหากิน ลุยปักยินดีช่วยคนดีอย่างอาซิวซี เอาไป 2 มือเลย”
ประโยคที่ออกจากปากลุยปักเสมือนเสียงตอบรับจากสวรรค์ เป็นแสงแดดที่ทาบทอลงมาในใจที่กำลังเหน็บหนาวของผมให้อบอุ่นใจขึ้นมาทันที ผมมองลุยปักด้วยความซาบซึ้ง
คำพูดสั้นๆ ของลุยปักนั้น ไม่เพียงลุยปักจะยอมเล่นแชร์กับผม 2 มือ แต่ลุยปักยังช่วยเหลือให้หนุ่มวัย 22 ปีอย่างผมได้ลืมตาอ้าปากเร็วขึ้น ด้วยการพาไปแนะนำคนอื่นๆ ให้เล่นแชร์กับผมเพิ่มอีก 7 คน ในวันนั้นผมได้ลูกแชร์ 9 มือ รวมทั้งของลุยปักด้วย วันต่อมา ลุยปักพาผมไปรู้จักกับคนใหม่ๆ ทำให้ผมได้สมาชิกวงแชร์เพิ่มขึ้นมาอีก 2 มือ รวมเป็น 11 มือ อาศัยบารมีของลุยปักทำให้คนที่ไม่รู้จักผมกล้าเอาเงินมาลงเล่นแชร์ด้วย ไม่กี่วันต่อมาผมก็หาลูกแชร์ได้จนครบจำนวน 20 มือ รวมทั้งตัวผมด้วยเป็น 21 มือ
ลุยปักทำให้ผมได้พบสัจธรรมใหม่ เปลี่ยนมุมมองเดิมจากที่เคยเชื่อว่า “เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ญาติย่อมดีกว่าคนอื่น” เป็น “ผู้ใหญ่ดีดีกว่าญาติ!”
ลุยปักผู้นี้คือผู้มีพระคุณในชีวิตผม ซึ่งผมไม่มีวันลืมท่านเลย เรื่องที่ผมได้รับความช่วยเหลือจากลุยปัก ซึ่งเป็นคนแซ่อึ้งนั้น ถือเป็นข่าวใหญ่สะท้านวงการพอสมควร เพราะบรรดาคนจีนด้วยกันมองว่าคนแซ่ตั้ง แซ่เดียวกับผมทำไมไม่ช่วยกันทั้งที่ช่วยได้ แต่กลับต้องให้คนแซ่อื่นมาช่วย เรื่องนี้กลายเป็นเรื่อง “หน้าแตก” ของคนแซ่ตั้ง
โดยเฉพาะ 3 พี่น้องเจ้าของโรงงานฟอกหนัง “รุ่นที่ 19” ที่เคยทำท่ารังเกียจไล่ผมออกจากโรงงานเมื่อหลายวันก่อน เป็นการ “ตบหน้า” พวกเขาอย่างรุนแรง ที่คนแซ่เดียวกันกลับรังเกียจ ดูถูกปฏิเสธไม่ช่วยเหลือกัน ในขณะที่คนอื่นๆ กลับไว้ใจเชื่อใจและให้ความช่วยเหลือ
เมื่อเหตุการณ์พลิกผันไปแบบนั้น การนิ่งเฉยจะทำให้พวกเขายิ่งเสียชื่อ ถูกนินทา และคงกลัวว่าจะไม่มีใครคบค้าด้วย จึงต้องวิ่งโร่มาหาผมแล้วเอ่ยปากขอเล่นแชร์ด้วยมือหนึ่ง ผมเองได้เงินแชร์ตามที่ต้องการแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องรับลูกแชร์เพิ่ม หากจะปฏิเสธก็ไม่ได้เดือดร้อนแล้ว แต่นั่นเท่ากับเป็นการตบหน้าญาติในรุ่นที่ 19 ของผม ซึ่งโดยนิสัยผมไม่ใช่คนคิดเคียดแค้นใคร แม้จะถูกทำให้เจ็บใจ เสียใจ แต่ก็ไม่คิดจะจองเวร
ผมเลือกที่จะอดทน กล้ำกลืนความชอกช้ำใจ ทำเหมือนว่าพวกเขาไม่เคยพูด ไม่เคยแสดงท่ารังเกียจดูถูกและบอกพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “ดีซิครับ ผมกำลังรอเฮียอยู่พอดี” และพูดยกย่องเขาไปอีกหลายต่อหลายอย่าง
แม้ว่าใจจริงผมยังโกรธ คนเราถูกกระทำขนาดนั้นไม่ใช่จะลืมกันง่ายๆ ภายในวันสองวัน ถึง ณ วันนี้ผมก็ยังไม่ลืม แต่เมื่อคิดว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ผมจึงหักใจได้
แต่มาคิดอีกที ผมอายุแค่ 22 ปี เป็นเถ้าแก่มาแค่ 2 ปี ยังไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอคงเป็นธรรมดาที่จะถูกปฏิเสธก่อน แต่พอเข้าช่องทางถูกมีผู้ใหญ่ที่มีบารมีช่วย แค่เอ่ยปากก็ทำให้ทุกคนมั่นใจว่ามีผู้ใหญ่ค้ำประกันจึงเข้าร่วมด้วยความเต็มใจ หน้าที่ของผมคือต้องทำให้ผู้ใหญ่สบายใจด้วยการดูแลวงแชร์ให้ราบรื่นจนจบถึงมือสุดท้าย และผมก็ทำได้ดีจนลุยปักออกปากชม
“อาซิวซี ลื้ออายุยังน้อย ทำได้ดีมาก เครดิตเป็นเรื่องสำคัญ อย่าทำให้เสียชื่อเด็ดขาด ถ้าเสียชื่อลื้อจะลำบาก จะไม่มีใครช่วยเหลือลื้อเลย ทำให้ดีๆ”
ณ วันนี้ 60 กว่าปีแล้ว ผมก็ยังจดจำชื่อลูกแชร์ของผมทุกๆ คนได้หมดชนิดไม่มีวันลืม โดยเฉพาะลุยปักผู้มีพระคุณของผม
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







