posttoday
สงครามน้ำมันใกล้รู้ผล โอเปกต้อนมะกันจนมุม

สงครามน้ำมันใกล้รู้ผล โอเปกต้อนมะกันจนมุม

23 ตุลาคม 2558

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2015 ที่เพิ่งผ่านมา จะสังเกตได้ว่า นักวิเคราะห์หลายฝ่ายค่อนข้างเชื่อไปในทิศทางเดียวกันว่า ราคาน้ำมันโลกจะเริ่มปรับฐานกลับมาแพงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบซึ่งเคยอยู่สูงถึงประมาณ 100-115 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงกลางปี 2014 ดิ่งเหวฮวบฮาบลงมาอยู่ที่ประมาณ 53-61 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในเดือน ธ.ค.ปีเดียวกัน

เหตุผลสำคัญเป็นเพราะการงัดข้อของกลุ่มประเทศนอกโอเปก ที่นำโดยกลุ่มพลังงานจากหินน้ำมันและทรายน้ำมันในสหรัฐ (เชล/แซนด์ออยล์) จะไม่สามารถสู้ราคากับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) ได้นานมากนัก เนื่องด้วยต้นทุนการผลิตที่แพงกว่า และปัจจัยด้านเงินทุนที่น้อยกว่า

แต่แล้วราคาน้ำมันดิบก็กลับยืนระยะต่ำมาได้นานถึงเดือน ต.ค. แถมยังต่ำกว่าราคาปิด ณ สิ้นปีที่แล้ว โดยลงมาอยู่ที่ระดับ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้โลกได้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของกลุ่มเชลออยล์ ที่สามารถใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง จนสามารถสู้กับกลุ่มมหาอำนาจพลังงานเดิมได้นานเกินคาด

ทั่วโลกเองจึงตั้งความหวังว่า การงัดข้อกันที่ช่วยให้ราคาน้ำมันถูกลงเช่นนี้ จะสามารถยืนระยะต่อไปให้นานที่สุดจนถึงช่วงกลางปีหรือปลายปี 2016 จนกว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณเห็นชัดเจนขึ้นแล้วว่า มวยรุ่นเฮฟวีเวตคู่นี้ใกล้จะรู้ผลแพ้ชนะกันแล้ว เพราะปลายนวมของกลุ่มมหาอำนาจเดิมอย่างโอเปก กำลังทำให้อาการบาดเจ็บที่ยืดเยื้อของกลุ่มเชลออยล์สาหัสลง จนต้องถอยเข้ามุมไปทุกขณะ

เพราะหากดูกำลังการผลิตของสหรัฐในปัจจุบันจะพบว่า จากที่เคยคงกำลังการผลิตในระดับสูงมาต่อเนื่อง สหรัฐเริ่มลดการผลิตต่ำลงจนไปอยู่ในระดับเดียวกับเดือน พ.ย. 2014 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่กลุ่มโอเปกปรับยุทธศาสตร์การแข่งขัน ไม่เน้นเรื่องพยุงราคา แต่ทำทุกอย่างเพื่อหันมาชิงส่วนแบ่งการตลาดแข่งกับประเทศนอกกลุ่มโอเปกแทน โดยเลือกที่จะไม่ลดกำลังการผลิต และยอมขายในราคาถูกลง เพื่อหวังชิงส่วนแบ่งการตลาดให้มากที่สุด

ต้องยอมรับว่าฝ่ายเชลออยล์ต้องแบกรับแรงกดดันจากการขายน้ำมันในราคาถูกมาเป็นเวลานาน หลังจากที่โอเปกไม่ยอมหั่นกำลังการผลิต ขณะเดียวกันยังเป็นเพราะข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ซึ่งรอยเตอร์สได้ระบุไว้ว่า ตลอดช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ช่วงกลางปี 2014 กลุ่มเชลออยล์ได้ใช้ทั้งเทคโนโลยีล่าสุด ไปจนถึงกระบวนการบริหารจัดการคน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดถึง 30% และได้น้ำมันคุณภาพดีเยี่ยมออกมาสู้ได้ แต่ปัจจุบันกระบวนการผลิตเริ่มมาถึงข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถผลิตน้ำมันคุณภาพดีในปริมาณมากเพียงพอ ออกมาแข่งกับมหาอำนาจเดิมได้เหมือนช่วงที่ผ่านมาอีก

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ได้ระบุไว้ว่า ปัจจุบันกำลังการผลิตน้ำมันในสหรัฐได้ปรับลดลงมาแล้ว 5 แสนบาร์เรล/วัน จากระดับพีกสุดในรอบ 3 ทศวรรษที่ 9.1 ล้านบาร์เรล/วัน เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และยังคาดการณ์ด้วยว่า ในปีหน้าสหรัฐจะปรับลดกำลังการผลิตลงอีก 3.9 แสนบาร์เรล/วัน ลงมาอยู่ที่ 8.86 ล้านบาร์เรล/วัน 

การถอยหลังเข้ามุมของฝ่ายสหรัฐ จะทำให้กลุ่มโอเปกกลับมาได้เปรียบในการแข่งขันอีกครั้ง ทำให้มีแรงซื้อกลับเพิ่มเข้ามาในกลุ่มโอเปกได้อีกครั้งในปีนี้ หลังจากที่ลดต่ำลงมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยไออีเอคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกจะกระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่ 31.1 ล้านบาร์เรล/วัน ได้ในปีนี้ จาก 29.3 ล้านบาร์เรล/วัน ในปีที่แล้ว และจะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า

ที่จริงแล้ว ฝ่ายโอเปกเองก็มีปัญหาอยู่ไม่น้อยเช่นกันจากการแบกน้ำมันราคาถูกมานาน เนื่องจากประเทศขนาดเล็กในกลุ่ม เช่น เวเนซุเอลา ต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียอย่าง ซาอุดิอาระเบีย จึงพยายามล็อบบี้ให้มีการลดกำลังการผลิตลง เพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมันขึ้นมา ส่วนรายใหญ่เองก็ใช่ว่าจะลอยตัวได้ตลอด เพราะการขายน้ำมันที่ถูกกว่าช่วงพีกถึงกว่า 40% มานานถึงครึ่งปี ก็กัดกร่อนทุนสำรองระหว่างประเทศลงไปมาก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ถึงกับต้องออกโรงเตือนซาอุดิอาระเบีย ให้เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยเร็ว เนื่องจากต้องแบกรับการขาดดุลงบประมาณหนักขึ้น และอาจผลาญสินทรัพย์การเงินจนหมดลงภายใน 5 ปี หากยังเดินหน้าทำสงครามราคาเช่นนี้ต่อไป ขณะที่การขาดดุลงบประมาณในปีงบประมาณปัจจุบันนี้ คาดว่าจะขาดดุลสูงถึง 20% เลยทีเดียว

เพราะไม่ใช่แค่แข่งสู้กับกลุ่มเชลออยล์สหรัฐเท่านั้น แต่กลุ่มโอเปกเองยังมีการแข่งขันกันตัดราคาภายในกลุ่มด้วย เพื่อหวังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากลูกค้ากลุ่มประเทศในเอเชีย 

อย่างไรก็ตาม หากวัดกันที่ทุนแบ็กอัพมหาศาล เฉพาะตราสารหนี้ต่างประเทศของซาอุดิอาระเบียประเทศเดียวก็มีขนาดถึง 6.61 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จึงทำให้ซาอุดิอาระเบียและประเทศใหญ่ๆ ในโอเปกพร้อมที่จะกัดฟันสู้ต่อ เพื่อต้องการให้สงครามน้ำมันครั้งนี้รู้ผลแพ้ชนะอย่างชัดเจน ในขณะที่ฝ่ายเชลออยล์กำลังเพลี่ยงพล้ำ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการกำหนดราคาในระยะกลางถึงระยะยาวมากกว่า โดยเฉพาะในปีหน้าที่น่าจะได้เห็นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปัจจุบัน และมีความชัดเจนเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แล้ว

เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศนอกโอเปกชาติใหญ่บางแห่ง ที่ยังสามารถกัดฟันราคาปัจจุบันต่อไปได้ จึงส่งผลให้การประชุมระหว่างโอเปกและประเทศนอกกลุ่มที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในสัปดาห์นี้ ไม่มีการลงมติปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันแต่อย่างใด

เพราะสงครามที่บาดเจ็บกันทุกฝ่ายครั้งนี้ น่าจะยื้อต่อไปได้อีกไม่นานเกินรอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท