
ภาคใต้อ่วมควันไฟ สธ.เตือนฝุ่นพุ่ง 20 เท่า
ภาคใต้ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตหมอกควัน บางพื้นที่สถานการณ์รุนแรงครั้งประวัติศาสตร์
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ภาคใต้ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตหมอกควัน บางพื้นที่สถานการณ์รุนแรงครั้งประวัติศาสตร์
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ 7 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
จ.สงขลา พบปริมาณฝุ่นละอองมากถึง 360 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 120 ไมโครกรัมเท่านั้น เช่นเดียวกับ จ.สตูล ปัตตานี สุราษฎร์ธานี ยะลา ที่ค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสูง มีเพียง จ.ภูเก็ตเท่านั้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมใช้มาตรการฝนเทียมเพื่อลดปริมาณหมอกควันในอากาศ โดยสั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงอีกครั้งเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาหมอกควันอย่างเร่งด่วน คาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการได้ในวันที่ 23 ต.ค.นี้
“จังหวัดใดที่ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองเกิน 350 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้ผู้บริหารสถานศึกษาใช้ดุลพินิจประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวได้” พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ้างอิงคำสั่งนายกรัฐมนตรี
ร.ต.ต.อุดม ลักษณะ นายกสมาคมการท่องเที่ยว อ.เบตง จ.ยะลา ยอมรับว่า ปัญหาหมอกควันสร้างความเสียหายต่อธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวประมาณ 50% ตัดสินใจเลื่อนเข้าพักในโรงแรม และอีกบางส่วนได้ยกเลิกการเดินทาง นั่นทำให้รายได้การท่องเที่ยวของ อ.เบตง เดือนที่ผ่านมาลดลงถึง 20 ล้านบาท
สอดคล้องกับ นพ.สมชัย เจียรนัยศิลป์ ประธานสภาอุตสากรรมการท่องเที่ยว และรองประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ที่ระบุว่า หากปัญหาควันไฟยืดเยื้อไปถึงต้นเดือน พ.ย.นี้ จะกระทบการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นของภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่างแน่นอน
“ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้รีบเข้ามาจัดการปัญหาหมอกควันโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมักจะกังวลต่อภัยธรรมชาติ และอาจเปลี่ยนไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นแทน” นพ.สมชัย ระบุ
สำหรับสถานการณ์รายจังหวัด พบว่า จ.ตรัง ทุกอำเภอหมอกควันหนาแน่น ทัศนวิสัยมองเห็นไม่ชัดเจน ทำให้เที่ยวบินในช่วงเช้าของวันที่ 22 ต.ค.ล่าช้ากว่ากำหนด 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่เกิดในจ.สุราษฎร์ธานี ปัญหาหมอกควันกระทบต่อธุรกิจการบิน โดยเฉพาะที่สนามบินสมุยที่ช่วงบ่ายได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวตกค้าง
ในส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช หมอกควันหนาแน่นกว่าที่ผ่านมามาก เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำการบินได้ ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้าน อ.ท่าศาลา ต้องหยุดทำประมง เนื่องจากทัศนวิสัยแย่ มองเห็นได้ไม่เกิน 500 เมตร
จ.พัทลุง ไม่มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จึงต้องใช้ตัวเลขจากจังหวัดข้างเคียง คือ จ.สตูล และสงขลา ซึ่งพบว่าตัวเลขอยู่ระหว่าง 190-210 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วน จ.ยะลา สถานการณ์ไม่แตกต่างกัน คือทั่วทุกพื้นที่ปกคลุมด้วยหมอกควันหนาแน่น
อย่างไรก็ดี ที่รุนแรงที่สุดในภาคใต้คือ จ.สงขลา ซึ่งค่าคุณภาพอากาศพุ่งสูงกว่า 373 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ล่าสุดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระดมรถฉีดพ่นละอองน้ำ ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ 2 จุด จุดละ 1 ชั่วโมง ใช้น้ำประมาณ 6 แสนลิตร/จุด
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน หรือออกกำลังกายในที่แจ้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากออกจากบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย เพราะฝุ่นละอองจะเข้าสู่ร่างกายมากกว่าปกติถึง 20 เท่า
ขณะที่ พะเยา เมืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระบุว่า วิกฤตหมอกควันจะคลี่คลายลงตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.นี้เป็นต้นไป เนื่องจากลมเปลี่ยนทิศ







