
จากยูเครนถึงซีเรีย
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
ชัดเจนขึ้นเรื่อยว่าไปๆ มาๆ สถานการณ์ในซีเรียอาจจะลงเอยแบบยูเครน ที่ซีเรียได้กลายเป็นสถานที่ประลองกำลังของมหาอำนาจตะวันตกและรัสเซีย เหมือนที่เกิดขึ้นในยูเครนมาแล้ว
การเดินทางของประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซาด แห่งซีเรีย ไปยังกรุงมอสโก เพื่อพบปะกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย นั้นเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ของสองผู้นำดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซีย ได้ตอกย้ำชัดๆ มาหลายครั้งว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของรัสเซียนั้น มีขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลซีเรียภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีอัลอัสซาด
ขณะที่ตะวันตกนั้นก็ไม่พอใจอย่างยิ่ง โดยสหรัฐอ้างว่าปฏิบัติการทางอากาศของรัสเรียนั้น ไม่ได้โจมตีกลุ่มก่อการร้ายอย่างรัฐอิสลาม (ไอเอส) แต่กลับโจมตีกลุ่มต่อต้านประธานาธิบดีอัลอัสซาดไปเสียด้วย ซึ่งแน่นอนกลุ่มต่อต้านอัลอัสซาดเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่ตะวันตกให้การสนับสนุนอยู่เพื่อโค่นล้มอัลอัสซาดนั่นเอง
สถานการณ์นั้นดูคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในยูเครน เพียงแต่สลับลายกันครับ ในยูเครน รัสเซียให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนเพื่อล้มรัฐบาลยูเครนที่ฝักใฝ่โลกตะวันตก
ส่วนสถานการณ์ในซีเรียนั้น ตะวันตกให้การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านเพื่อล้มประธานาธิบดีซีเรีย
ถามว่าสถานการณ์เหล่านี้จะลุกลามออกไปเป็นสงครามเย็นหรือไม่ พูดกันตรงๆ ก็เป็นสงครามเย็นอยู่แล้วทั้งสองสถานการณ์ เพราะเป็นการต่อสู้กันในรูปแบบของสงครามตัวแทน แต่จะลุกลามไปมากกว่านี้หรือไม่ คงจะไม่ครับ
เพราะล่าสุดสหรัฐกับรัสเซียได้ลงนามข้อตกลงเรื่องปฏิบัติการน่านฟ้าในซีเรีย เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการกระทบกระทั่งกัน
ข้อตกลงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน ผู้นำตุรกีซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดได้ออกมาประกาศลั่นว่าจะยิงเครื่องบินรบที่รุกล้ำน่านฟ้าตุรกี หลังจากที่ก่อนหน้านั้นตุรกีอ้างว่าเครื่องบินรบของรัสเซียได้รุกล้ำน่านฟ้าตุรกีเข้าไปครับ
จะเห็นได้ว่าข้อตกลงเรื่องน่านฟ้าดังกล่าวของรัสเซียและสหรัฐนั้น จึงเป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่ามหาอำนาจทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการที่จะปะทะกัน “ตรงๆ” เหมือนกับในกรณียูเครนที่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงไปแล้วครับ







