
นโยบายถูกต้อง
ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประสบความสำเร็จแล้ว จากความกล้าหาญที่จะยกเลิกการให้โควตาสลากกับผู้ค้ารายใหญ่ทั้งหมด เป็นจำนวน 7.9 ล้านคู่ เริ่มตั้งแต่งวด 17 ธ.ค. 2558 เป็นต้นไป
ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประสบความสำเร็จแล้ว จากความกล้าหาญที่จะยกเลิกการให้โควตาสลากกับผู้ค้ารายใหญ่ทั้งหมด เป็นจำนวน 7.9 ล้านคู่ เริ่มตั้งแต่งวด 17 ธ.ค. 2558 เป็นต้นไป
ในโควตาจำนวนนี้มีผู้ค้ารายใหญ่เกี่ยวข้องมากถึง 2,500 ราย ที่เป็นผู้กำสลากและนำไปขายต่อให้กับผู้ค้ารายย่อย โดยขายเกินราคามาตั้งแต่ต้น ทำให้ผู้ค้ารายย่อยทั้งที่ขายแผงหรือเดินขายไม่สามารถขายสลากในราคาฉบับละ 80 บาท หรือคู่ละ 160 บาทได้เลย
สิ่งที่รัฐบาลทำ คือ การเปิดให้รายย่อยลงทะเบียนจองซื้อสลากตรงกับสำนักงานสลากฯ โดยไม่ต้องผ่านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ให้ปวดหัว ทำให้เห็นว่าความต้องการจะทำอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมีมาก จึงควรจะเลิกระบบโควตาสลากที่ให้กับคนที่ไม่ได้ขายจริงนำเอาโควตาไปกระจายให้กับคนที่ขายจริง
ทำให้ในปีหน้าโควตาสลากจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ค้ารายย่อยทั้งในและต่างจังหวัด ทั้งที่โควตาเอง และผู้ที่รับสลากผ่านการจัดสรรของผู้ว่าราชการจังหวัดและคลังจังหวัด กับโควตาของสมาคม มูลนิธิ ที่ทำประโยชน์เพื่อสังคมและมีลูกข่ายในการรับสลากไปขายจริง ส่วนนี้จะมีโควตาทั้งหมดราว 28 ล้านฉบับ ขณะที่โควตาอยู่ในโครงการสั่งซื้อ-สั่งจองสลากล่วงหน้า ที่เปิดให้ผู้ค้าประชาชนมาลงทะเบียนสามารถซื้อสลากไปจำหน่ายได้ไม่เกิน 15 เล่ม/ราย ส่วนนี้จะมีโควตาเพิ่มเป็น 22 ล้านฉบับ เริ่มในงวด 17 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
การทลายแหล่งผลประโยชน์ขนาดใหญ่ที่นักการเมืองและผู้ค้าสลากได้รับมานานเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด และต้องชมเชยนายกฯ และคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ (บอร์ดสลากฯ) ที่กล้าทำ และว่ากันว่า หากไม่ใช่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องนี้คงจะทำให้สำเร็จได้ยาก
เชื่อว่าก่อนที่จะทำนโยบายนี้ออกมา ทางบอร์ดสลากฯ คงจะต้องทำงานหนักในการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรให้ดีที่สุด เพราะการประกาศเลิกโควตาสลากให้กับผู้ค้ารายใหญ่ เป็นการเลิกเมื่อโควตาเก่าหมดอายุ ไม่ได้ไปเลิกสัญญาทันทีเพราะจะทำให้สำนักงานสลากฯ ถูกฟ้องร้องได้
เมื่อรัฐบาลทำดีเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ต้องชื่นชมและให้กำลังใจรัฐบาลให้เดินหน้าต่อไป
อย่างไรก็ดี เมื่อจัดการปรับระบบค้าสลากใหม่แล้ว ก็ควรจะมีการวางระบบป้องกันไม่ให้ในอนาคตมีใครมาจับรวบระบบโควตาไปรวมให้กับรายใหญ่ใหม่ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลจะมาจากการเลือกตั้งและมีนักการเมืองเข้ามาบริหาร
นอกจากนี้ รัฐบาลก็ควรจะหาทางให้ความรู้และความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น ไม่ให้ประชาชนหวังการเสี่ยงโชคมากกว่าทำมาหากิน วันๆ นั่งลุ้นแต่หวย หวังลมๆ แล้งๆ มากกว่าจะหางานทำซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาหนี้ครัวเรือนและเป็นปัญหาสังคม
การแก้ไขปัญหาคนบ้าหวยก็เป็นเรื่องที่สำนักงานสลากฯ ควรตระหนักเช่นกัน







