
เซอร์ชาร์จโปร่งใส
หากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม หรือเซอร์ชาร์จ การใช้รถแท็กซี่ ซึ่งให้บริการที่สนามบินเป็นไปตามแนวคิดที่มีการศึกษากันไว้ถึงรูปแบบผสมผสานมาใช้กำหนด โดยคิดตามช่วงเวลา ระยะทาง จำนวนสัมภาระ สะท้อนตามต้นทุนที่แท้จริง และที่สำคัญคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็พอยอมรับได้
หากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม หรือเซอร์ชาร์จ การใช้รถแท็กซี่ ซึ่งให้บริการที่สนามบินเป็นไปตามแนวคิดที่มีการศึกษากันไว้ถึงรูปแบบผสมผสานมาใช้กำหนด โดยคิดตามช่วงเวลา ระยะทาง จำนวนสัมภาระ สะท้อนตามต้นทุนที่แท้จริง และที่สำคัญคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็พอยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม จากการที่กรมการขนส่งทางบกออกมาอ้างผลการศึกษาที่จ้างสถาบันการศึกษาสำรวจต้นทุน โดยระบุว่า การปรับขึ้นเซอร์ชาร์จแท็กซี่ที่ให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง เบื้องต้นจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ รถแท็กซี่มาตรฐานทั่วไปเก็บเพิ่มเป็น 75 บาท/คัน และรถแท็กซี่แวน (รถตู้) จะเรียกเก็บ 95 บาท/คัน จากปัจจุบันแท็กซี่สนามบินเก็บเซอร์ชาร์จคันละ 50 บาท
ตัวเลขการขึ้นเซอร์ชาร์จรถแท็กซี่ในสนามบินตามที่กรมการขนส่งทางบกระบุดังกล่าว นับว่าเป็นอัตราเดียวกับค่าเซอร์ชาร์จที่ผู้ประกอบการรถแท็กซี่เคยเรียกร้องให้ขึ้นมาก่อนหน้านี้ราวกับหวยล็อก
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากให้กรมการขนส่งทางบกช่วยเปิดผลการศึกษาถึงต้นทุนการให้บริการของแท็กซี่ในสนามบิน ซึ่งตามสามัญสำนึกทั่วไป สนามบินดอนเมือง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร กับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่อยู่ จ.สมุทรปราการ ต้นทุนในการให้บริการของทั้งสองสนามบินไม่น่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
ขณะปัญหาที่เป็นเหตุผลหลักในการเรียกร้องให้มีการปรับขึ้นค่าเซอร์ชาร์จ จำนวนสัมภาระที่นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งปกติจะมีการนำกระเป๋าเดินทางติดตัวมาคนละ 1-2 ใบใหญ่ และหากนำกระเป๋าเดินทางรวมกับสัมภาระอื่นๆ ที่มีมากกว่า 3 กระเป๋าขึ้นไปที่ต้องใช้บริการรถแท็กซี่แวน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการบรรทุกสัมภาระในส่วนนี้เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึงขั้นจะต้องบวกเพิ่มไปอีกถึง 25 บาท และ 45 บาท แค่ไหน
นอกจากนี้ หากเชื้อเพลิง เช่น น้ำมัน หรือก๊าซ ราคาลดลงไปถึงเท่าไร หรือขึ้นไปเท่าไร ทางแท็กซี่ที่ให้บริการที่สนามบินถึงจะปรับลดหรือขึ้นค่าเซอร์ชาร์จ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกควรจะกำหนดมาด้วย เพราะประเด็นนี้อาจจะมีปัญหาเหมือนกรณีของรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งเป็นปัญหาคาใจชาวบ้านว่าพอราคาน้ำมันหรือก๊าชปรับขึ้น ผู้ประกอบการร้องขอปรับขึ้นค่าโดยสาร แต่พอราคาน้ำมันลดลง ทางผู้ประกอบการรถร่วม บขส. กลับอ้างว่าลดค่าโดยสารไม่ได้ เพราะต้นทุนค่าแรง ค่าอะไหล่ ค่าโสหุ้ยต่างๆ สูงขึ้น
รวมทั้งก่อนที่กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาให้แท็กซี่สนามบินขึ้นค่าเซอร์ชาร์จ ควรจะต้องมีการตรวจสอบถึงบริการต่างๆ ที่รถแท็กซี่สนามบินเคยโดนร้องเรียน ตั้งแต่เรื่องการขับรถอ้อมเส้นทางเพื่อให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้น สภาพรถที่บางคันไม่เรียบร้อย ไม่สะอาด การพูดจาแสดงอารมณ์เสียหากจราจรติดขัดแท็กซี่ไม่สามารถทำรอบได้
หากรัฐบาลยังหวังว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเป็นตัวช่วยประคองเศรษฐกิจไทยก็ควรคิดเรื่องนี้ให้ดี







