posttoday
เศรษฐกิจจีนดีเกินคาด พอมีหวัง หรือปั้นตัวเลข?

เศรษฐกิจจีนดีเกินคาด พอมีหวัง หรือปั้นตัวเลข?

21 ตุลาคม 2558

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของปีนี้ ขยายตัว 6.9% โดยแม้จะต่ำที่สุดนับตั้งแต่หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2009 แต่กลับมากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ที่ 6.8% เสียอีก

อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่คิดเป็นถึง 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของจีน ในไตรมาส 3 ลงต่อเนื่องกัน 3 เดือน โดยเดือน ก.ค.ปรับตัวลง 8.3% เดือน ส.ค.ปรับตัวลง 5.5% และเดือน ก.ย.ยังลงอีก 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในขณะเดียวกัน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมก็นับว่าย่ำแย่เลยทีเดียว เมื่อดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อหรือพีเอ็มไอของจีนในไตรมาส 3 ไม่สามารถขึ้นไปเหนือกว่า 50 จุด ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างดีกับแย่ไปได้เลย โดยอยู่ที่ต่ำกว่า 48 จุด ทั้ง 3 เดือนติดต่อกัน

แต่ไหนแต่ไรมา จีนไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือในการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา วิกิลีกส์ เว็บไซต์จอมแฉ แอบนำข้อมูลจากฝั่งสหรัฐออกมาเปิดเผยว่า หลี่เค่อเฉียง ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคของมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เรียกการขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนเป็น “การปั้นขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์”

และเมื่อประกอบกับตัวเลขการส่งออกที่หดตัวแรง รวมถึงการผลิตของจีนเองก็ร่วงลงตลอดไตรมาสที่ผ่านมา ย่อมเกิดคำถามในหมู่ผู้ติดตามเศรษฐกิจจีนว่า “ตัวเลข 6.9% นั้นเกิดจากการปั้นเลขหรือไม่”

การขยายตัวดีเกินคาดของจีนในไตรมาส 3 เกิดจากยอดการค้าปลีกประจำเดือน ก.ย.ที่ปรับขึ้น 10.9% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 10.8% ในขณะที่ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างเองก็ขยายตัว 5.8% ด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อประกอบกับตัวเลขอื่นๆ ที่ไม่ได้มาจากทางการจีนแล้ว พบว่า การผลิตไฟฟ้าปรับตัวลง 1.3% และการขนส่งทางทะเลปรับขึ้น 1.4% ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการผลิตไฟฟ้าเป็นตัวเลขที่หลี่เค่อเฉียง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เคยแนะนำให้ใช้นำมาคิดจีดีพี และยังน้อยกว่า 6.9% อีกด้วย

นอกจากนี้ แม้การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) จะปรับขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็เป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 9 เดือนของปี 2015 นี้ โดยข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐคาดการณ์ว่า ช่วง 8 เดือนแรก ทุนไหลออกจากจีนไปแล้วมากถึง 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 17 ล้านล้านบาท) เลยทีเดียว

สัญญาณล่าสุดของเศรษฐกิจจีนที่ย่ำแย่เริ่มปะทุกับรัฐวิสาหกิจในประเทศ โดย ไซโนสตีล โค รัฐวิสาหกิจเหล็กของสหรัฐ ประกาศจะเลื่อนการชำระค่าดอกเบี้ยพันธบัตร 315 ล้านเหรียญสหรัฐ และมุ่งหน้าสู่การผิดนัดชำระหนี้ แม้ทางการจีนจะประกาศให้ความช่วยเหลือแล้วก็ตาม

“ทุกวันนี้ยากที่จะหาใครเชื่อตัวเลขจีดีพีของจีนที่คิดค่าตามความจริง” แคปปิตอล อีโคโนมิกส์ สถาบันวิจัยในกรุงลอนดอนเปิดเผย โดยคาดการณ์ไว้ก่อนปี 2012 เสียอีก ว่าจีนจะโตราว 4.5% เท่านั้น

จากตัวเลขที่ขัดแย้งกันมากมาย รวมถึงตัวเลขของจีนในไตรมาสก่อนเองปรับลงจากไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ที่อยู่ที่ 7% ทำให้ทางการจีนต้องพยายามมากขึ้นอีกเพื่อให้ไตรมาส 4 ที่เหลืออยู่นี้ขยายตัวให้ได้มากกว่า 7% เพื่อให้จีดีพีของทั้งปีถึงเป้าหมายที่ 7% รวมถึงยังต้องเรียกความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนที่ไม่เชื่อถือตัวเลขจากทางการจีนอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ จีนประกาศที่จะดำเนินตามวิถีทางของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในการทำให้การประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจมีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนตามความต้องการที่จะปรับเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาการลงทุนและการส่งออกเป็นการบริโภคและภาคการบริการแทน ซึ่งหมายรวมถึงการเปิดกว้างมากขึ้นด้วยเช่นกัน

เศรษฐจีนยังพอมีแรงขับเคลื่อนอยู่อีกมาก โดยการขยายตัวที่ดีเหนือความคาดหมายเมื่อช่วงไตรมาส 3 ยังเกิดจากการที่ภาคบริการเติบโตขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอีกด้วย โดยภาคการบริการทางการเงินหรืออุตสาหกรรมการเงินของจีนทะยานขึ้นถึง 16.1% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในขณะเดียวกัน ภาคการบริการของจีนเองก็คิดเป็นสัดส่วนในจีดีพีมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า สัดส่วนภาคการบริการต่อจีดีพีจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปี 2011 อยู่ที่ 44.3% เป็น 48.2% ในปี 2014

เรียกได้ว่า ภาคการบริการที่เป็นแหล่งขับเคลื่อนแห่งใหม่เริ่มจะรุ่งแล้ว ในขณะที่ด้านการลงทุนและการส่งออกของจีนก็ยังไม่หนีไปไหน เมื่อรัฐบาลจีนพยายามที่จะผลักดัน “เส้นทางสายไหมแห่งใหม่” รวมถึง “ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย” (เอไอไอบี) ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพหลักอีกด้วย เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เอื้อการส่งออกของจีน

“แหล่งขับเคลื่อน” แหล่งใหม่อย่างภาคการบริการของจีนที่เริ่มจะรุ่ง ไม่ใช่สิ่งที่มองข้ามไปได้เลย อย่างไรก็ตามการรายงานตัวเลขเกินจริงจะสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจจีนในอนาคต

แม้การรายงานตัวเลขที่ดีเกินไปของจีนนี้จะช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนหันมาลงทุนเพิ่มก็ตาม แต่อีกนัยหนึ่งกลับเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนก่อหนี้สิน ซ้ำเติมปัญหาหนี้สินและการผลิตส่วนเกินของจีนมากขึ้นไปอีก จนอาจกลายเป็นการดับความหวังใหม่ของจีนไปเลยก็ได้

จีนจะสามารถปฏิรูปเศรษฐกิจ เรียกให้นักลงทุนกลับมาลงทุนอย่างเปิดกว้างมากขึ้น หรือจะกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ อย่างที่เคยเป็นมา ขึ้นอยู่กับการเดินหมากของรัฐบาลจีนเสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท