posttoday
รื้อองค์กรอิสระ วางหลักล้างการเมือง

รื้อองค์กรอิสระ วางหลักล้างการเมือง

21 ตุลาคม 2558

การปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ “องค์กรอิสระ” ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่อยู่ในข่ายต้องถูกปฏิรูปอย่างจริงจัง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ “องค์กรอิสระ” ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่อยู่ในข่ายต้องถูกปฏิรูปอย่างจริงจัง ถึงขั้นที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้เป็นภารกิจของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

“ให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาถึงความจําเป็นและความคุ้มค่าที่ต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นโดยอาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่จําเป็นต้องมีให้พิจารณามาตรการที่จะให้การดําเนินงานขององค์กรดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วย” บทบัญญัติมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว

ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุด “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ได้ลงมือผ่าตัดไปบางส่วนแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะคณะ กมธ.ยกร่างฯ ได้ตัดอำนาจการให้ใบแดงของ กกต.ออกไป โดยกำหนดให้ศาลอุทธรณ์ทำหน้าที่พิพากษาแทน ไม่ต่างอะไรกับการให้ กกต.ทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนเท่านั้น

เช่นเดียวกับการเพิ่มบทบาทให้กับ “คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน” (คตง.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องทำงานร่วมกันในบางเรื่อง เช่น การตรวจเงินแผ่นดิน เพราะกำหนดให้ คตง.หรือ ป.ป.ช.ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดก่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินแผ่นดินไปในทางที่สร้างความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง

ขณะเดียวกัน ในช่วงนั้นคณะ กมธ.ยกร่างฯ มีความพยายามจะยุบรวม “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” และ “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” เข้าด้วยกัน และเปลี่ยนชื่อเป็น “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน” ซึ่งมีเจตนาที่ต้องการลดความซ้ำซ้อนในการทำหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน จากเดิมที่มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกัน แต่เมื่อเจอกับกระแสต่อต้านอย่างหนัก ทำให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ต้องใส่เกียร์ถอยออกมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกจะถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่เห็นด้วย แต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  (กรธ.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธาน กรธ. ก็ยังคงแนวคิดเรื่องการปฏิรูปองค์กรอิสระเอาไว้อย่างเข้มแข็ง

การเริ่มกระบวนการปฏิรูปองค์กรอิสระของ กรธ.ดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทยอยเชิญตัวแทนจากองค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ กกต.เข้ามาให้ข้อมูล เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการทำงาน เพื่อที่ กรธ.จะได้เอาข้อมูลไปปรับและเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องเผยแพร่กับประชาชนในช่วงแรกประมาณกลางเดือน ม.ค. 2559

ไม่เพียงเท่านี้ ท่าทีของผู้นำ กรธ.อย่างอาจารย์มีชัย ก็แสดงท่าทีเป็นมิตรพอสมควร ผ่านการประกาศว่าจะไม่มีการยุบองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น

“เรื่องยุบไม่มีการพูดถึง อะไรที่ประชาชนคุ้นเคยแล้วไม่ควรยุ่ง แต่ต้องหาวิธีการได้มาและกำหนดการทำงานให้ได้รับความเชื่อมั่นและยอมรับ” ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 ต.ค.

ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของการปฏิรูปองค์กรอิสระของ กรธ. อยู่ที่การกำหนดบทบาทให้องค์กรต่างๆ ทำหน้าที่เป็นหน่วยคัดกรองนักการเมืองที่จะเข้าสู่อำนาจ รวมไปถึงการตรวจสอบนักการเมืองที่อยู่ในตำแหน่ง

สาเหตุที่การร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ดูจะเอาจริงกับการกวาดล้างนักการเมืองสีเทามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมานั้น ด้านหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 35 ขีดเส้นให้คณะ กรธ.ต้องเขียนร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้คนที่มีความผิดและทุจริตต่อหน้าที่กลับเข้ามาสู่การเมืองอีก ดังนั้น การจะทำให้แนวทางที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้เป็นจริงได้จำเป็นต้องอาศัยการทำงานขององค์กรอิสระ

ในบริบทการเมืองเช่นนี้ มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่องค์กรอิสระอย่าง “ป.ป.ช.-กกต.” อาจจะได้รับอำนาจเพิ่มและมีความเด็ดขาดมากขึ้น

กกต.มีสถานะเป็นประตูด่านแรกสำหรับการกลั่นกรองนักการเมืองน้ำดีเข้าสู่อำนาจ ส่งผลให้อำนาจในการปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างการให้ใบเหลืองหรือการให้ใบแดงจะกลับมาอยู่ในมือของ กกต.แบบเบ็ดเสร็จอีกครั้ง แต่น่าจะมีอย่างจำกัด เช่น กกต.จะมีอำนาจดังกล่าวก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.เท่านั้น เลยจากนั้นแล้วจะเป็นอำนาจของศาลแผนกคดีเลือกตั้ง

ส่วน “ป.ป.ช.” จะมีบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมืองหลังจากเข้ามาอยู่ในตำแหน่งแล้ว แม้ว่าปัจจุบันป.ป.ช.จะมีอำนาจตามกฎหมายมากพอสมควร แต่การทุจริตในปัจจุบันเป็นไปในลักษณะกว้างขวางมากขึ้น และเชื่อมโยงกันหลายส่วน จึงเป็นไปได้ที่ กรธ.น่าจะมอบดาบให้กับ ป.ป.ช.หลายเล่ม โดยเฉพาะการเอาผิดกับเอกชนที่ร่วมทุจริตกับข้าราชการและนักการเมือง

การปฏิรูปองค์กรอิสระครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อ คสช.พอสมควร เพราะจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การปฏิรูปประเทศเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์