
บิ๊กตู่โต้คนวิจารณ์21กรธ.แนะยอมรับคนอื่นบ้าง
"บิ๊กตู่"เผยเล่าจดหมาย "ธานินทร์" ให้ครม.ทราบ ส่งต่อ วิษณุ ดูก่อนให้ กรธ. โต้พวกวิจารณ์กรธ. 21 คนไม่ครอบคลุมพอ บอกประเทศไทยไม่เคยให้คน 70 ล้านมานั่งร่าง
"บิ๊กตู่"เผยเล่าจดหมาย "ธานินทร์" ให้ครม.ทราบ ส่งต่อ วิษณุ ดูก่อนให้ กรธ. โต้พวกวิจารณ์กรธ. 21 คนไม่ครอบคลุมพอ บอกประเทศไทยไม่เคยให้คน 70 ล้านมานั่งร่าง
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. เวลา 13.50น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ส่งจดหมายส่วนตัวเสนอแนะนาวทางการปฏิรูป ว่า ตนได้พูดในที่ประชุมครม.ได้ทราบในเรื่องดังกล่าว และให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปดูและส่งต่อให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ต่อไป โดยสาระสำคัญเป็นการให้กำลังใจและเห็นการฏิบัติงานอย่างตั้งใจของพวกเรา และเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องมีความอิสระอย่างไร เรื่องการปราบปรามการทุจริต การปฏิรูปประเทศ ทำนองนี้ ซึ่งตนก็ได้พูดไปในที่ประชุมครม.ด้วย และวานนี้ (19 ต.ค.) ตนได้พบนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี และคนอื่นๆ ก็คุยกันทุกคน ซึ่งมีความคิดเห็นมาตนก็รับทั้งหมด และส่งต่อไป เป็นเรื่องการพิจารณาของกรธ. สปท. ที่จะไปทำกันมา ตนให้เป็นอิสระ แต่ต้องรับฟังความคิดเห็น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้ส่งข่าวไปยังสปท. ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่ทั้งสปท. และสนช. กรธ. จะปฏิบัติหน้าที่ไปพร้อมๆกัน ถ้าไปคนละทางสองทางก็ไม่ตรงกันอีก ก็ไปเสียทีเดียว จะได้ตอบคำถามได้จบ เรื่องนี้จะเป็นอย่างนี้ ปฏิรูปเสร็จแล้ว จะมีกฎหมายอะไรต่อที่จะมาทำเรื่องการปฏิรูปและ การร่างรัฐธรรมนูญของกรธ.จะเกี่ยวข้องกับตรงนี้ด้วยหรือไม่ ถามต่อให้จบเป็นพื้นที่ไป ไม่เช่นนั้นก็รับกันสามครั้ง เมื่อไม่ตรงกันก็เดือดร้อน ไม่สร้างการรับรู้พร้อมกันก็จะทำให้เป็นปัญหาหมด พอถึงชั้นทำประชามติก็จะทำให้มีปัญหาอีก
“ผมก็แฟร์ทุกอย่าง ไม่ได้อยากอะไรเลย ผ่านไม่ผ่าน ผมอยากให้มันผ่านตั้งแต่ฉบับแรก แต่มันไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน ไม่ใช่ว่าสั่งได้เมื่อไหร่ เห็นไหมทุกคนก็บอกว่าเป็นอิสระ ผมก็บอกว่าเป็นอิสระอยู่แล้ว ไม่เคยไปอะไรกับเขา แต่ปัญหาอยู่ที่คนพูด ชอบพูดเยอะพูดมาก ก็เลยทำให้เกิดการไม่เข้าใจ ทุกคนก็หวังดีหมดแหล่ะ”นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอที่ระบุว่านักการเมืองที่ถูกตัดสินว่าทุจริต และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองควรหยุดเล่นการเมืองตลอดชีวิต นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน อยู่ที่ว่ากฎหมายเขาจะว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญจะเขียนว่าอย่างไร ถ้ามีความผิดจะได้กลับเข้ามาอีกหรือไม่ ของเดิมละเว้นกี่ปี ของใหม่เขาไม่ให้เข้ามาเลยหรือเปล่ายังไม่รู้ ต้องให้กรธ.ไปประเมินความคิดเห็น หากดูในต่างประเทศบางประเทศเขาก็ทำแบบนี้ ก็ไปว่ามาจะเอาแบบไหน แต่ก็ต้องทำประชามติอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ถ้าไปเขียนตามใจทุกคนจะเอาทางไหนก็ต้องรับหลายทาง ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงกับไม่เปลี่ยนแปลงมันเท่ากัน ถ้าเอาทุกอย่างมันก็เสียเปล่า ก็ไปตัดสินใจกันให้แน่ว่าจะเอาหรือไม่เอา แล้วจะผิดกติกาสังคมโลกนี้ และมีที่ไหนเขาทำบ้างหรือไม่ก็ไปว่ามา ซึ่งมีหลายตัวที่เราไปสมัครเป็นสมาชิกองค์กรต่างๆ ทั้งองค์กรทุจริตคอรัปชั่นต่างๆเยอะแยะไปหมด ไปเอามาดูสิว่าเขาตัดสินเรื่องเหล่านี้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าในการประชุมแม่น้ำ 5 สายจะเร่งรัดเวลาการทำงานแต่ละสายให้ลุล่วงก่อนกำหนดอย่างไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเขากำหนดไว้แล้วไม่ใช่หรือ ว่ารัฐธรรมนูญจะต้องเสร็จเมื่อไหร่ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว ตนจะเร่งไปเพื่ออะไร เร่งให้มันเร็วเพื่อที่จะให้เกิดการเลือกตั้งเร็วก็สุดแล้วแต่ท่าน ตนไม่เอาด้วย อย่างหนึ่งก็บอกว่าตนไม่ดูแลแก้ไข อีกอย่างหนึ่งก็ให้เลือกตั้งเร็ว เอ๊ะ มันจะเอาอะไรกันแน่วะ ในเมื่อกฎกติการัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้แล้ว มันอะไรกันนักหนา ผมไม่เข้าใจบ้านนี้เมืองนี้ ไม่เข้าใจ จะเอาแต่ตามใจกันหมด ถ้าตนตามใจกลุ่มนี้ อีกกลุ่มก็ไม่เห็นชอบ แล้วเมื่อไรจะลงความเห็นกันได้สักที ว่าจะเอาอย่างไรกันประเทศไทยเนี่ย นั่นแหล่ะเขาเรียกว่าประชาธิปไตย หาทางออกให้ประเทศ หาจุดร่วมกันให้ได้ จุดต่างก็สงวนกันไว้ ไปถกแถลงว่าจะแก้กันอย่างไร ถ้าเอาจุดต่างมาพูดกัน เพื่อหาจุดรวมนั้นมันไม่มีทางหาได้
“ไม่มีผ่านหรอก ผมทำนายไว้เลยไม่ผ่านถ้ายังเป็นแบบนี้ ผมอยากให้ผ่านใครไม่อยากให้ผ่านผมไม่รู้” นายกฯ กล่าว
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งกรธ.ที่มี 21 คน นั้นจะทำหน้าที่ได้ครอบคลุมความต้องการของคนทั้งประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กรธ.เปิดรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมารัฐธรรมนูญกี่ฉบับที่ร่างมา มีรัฐธรรมนูญประเทศไทย หรือประเทศไหนเคยนั่งร่างพร้อมกัน 70 ล้านคนมีไหม เขาก็ต้องมีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญออกมา และมีการรับฟังความคิดเห็นระหว่างร่าง และต้องมีการทำประชามติ ขั้นตอนเป็นแบบนี้ จะทำตามใจคนทั้ง 70 ล้านไหวไหมเล่า จะเอาอย่างไรไปว่ามา ซึ่งกรธ.ก็มีหลักการในการร่างเขียนไว้ 5 ถึง 10 ข้อ เขาทำกันแบบนั้น
เมื่อถามว่ากรธ. 21 คน จะเป็นที่ยอมรับจากประชาชนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ยอมไม่ยอม แล้วคุณยอมผมหรือไม่ตอนนี้ หรือไม่ยอม ยอมรับคนอื่นเขาเสียบ้าง แล้วตอนนี้มันดีกว่าเดิมไหม ถามสิหรือแย่กว่าเดิม
ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวตอบกลับนายกฯ ว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องรอให้รัฐธรรมนูญเสร็จก่อน จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวอย่างมีอารมณ์โมโหพร้อมสะบัดมือ ว่า “พุทโธ่ กลับไปเลยก่อน 22 พ.ค. ไปเลย ข้างถนนน่ะ ไป๊ ไปอยู่แบบนั้นชอบแบบนั้นก็เอาสิ ไม่สนใจบ้านเมืองจะเป็นอะไรรบกันเรื่องประชาธิปไตย รบกันเรื่องรัฐธรรมนูญ เขียนกฎหมายก็ไม่เคารพนับถือกัน ไม่เคารพกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็เสียหาย ถูกพาดพิง ไล่ตำรวจไล่ทหาร ผมถามว่าที่ผ่านมาการเมืองแก้ได้หรือไม่ ที่ล้มเหลวทุกวันนี้แก้ได้หรือไม่ ผมไม่ได้โมโหหรอก ไม่ได้พูดเสียงดังมานานแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามการตั้งสปท.ซึ่งมีจำนวนสมาชิกน้อยกว่าสปช. ทั้งที่สปท.เป็นฝ่ายขับเคลื่อนจะมีกระทบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คุณยังไม่เข้าใจว่าเขาขับเคลื่อนอะไร ทำงานกันอย่างไรรู้หรือไม่สปท.จะมาทำให้เป็นแผนจัดระเบียบความเร่งด่วนหนึ่ง สอง สาม วิธีการ ซึ่งสปช.นั้นไม่ได้ทำ ท่านต้องเข้าใจ อำนาจขับเคลื่อนอยู่ที่ตน และรัฐบาลเขามีหน้าที่เตรียมการปฏิรูปแล้วเสนอมาที่ตน อะไรที่รับได้ก็จะทำในช่วงเวลาที่มีอยู่เป็นการปฏิรูประยะที่หนึ่ง และไม่ได้ทำในสิ่งที่เสียหาย วันนี้กติกาถ้าอยู่ที่ทุกคน ตนไม่ต้องมาอยู่ตรงนี้ก็ได้ ก็ตีกันไปก็แล้วกัน วันนี้ตนเป็นคนคลุมกติกาต้องเคารพตนบ้าง ซึ่งตนไม่เคยไปรังแกใคร รังแกตรงไหนอยากจะรู้เหมือนกัน กฎหมายว่าอย่างไรมาตรา 39 มีหรือไม่ อ่านบ้างหรือเปล่า ไม่อ่านแล้วมาคิดกันเอาเองอยู่อย่างนี้
“เคยห่วงผมบ้างไหม ถ้าผมไม่ทำแล้วจะติดคุกหรือเปล่าในวันหน้าหรือผมจะถูกฟ้องไหม เคยห่วงผมบ้างไหมที่มาทำให้พวกท่าน ไม่เคยห่วงหรอก ก็เขียนกันไปสิ ผมเลือกรังแกโน่นนี่ มีที่ไหนที่จะมายืนตอบคำถามให้ชัดเจนแบบผม มีใครเคยมาพูดแบบผมบ้าง หรือไม่ต้องพูด ชอบเงียบๆ” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่านายกฯมั่นใจหรือไม่ ว่าสิ่งที่ทำในวันนี้จะไม่ทำให้ติดคุกหลังลงจากอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่กลัว เพียงอยากให้รู้ว่าผมห่วงประชาชนของประเทศ แต่ท่านห่วงผมบ้างไหมผมไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ถ้ากลัวผมไม่ทำอยู่แล้ว เพราะผมทำด้วยกฎหมาย ผมไม่ได้ทำด้วยตัวเองเมื่อไหร่ อยากจะทำอยากจะไล่ล่าคนหรือ มันไม่ได้อยากสักอย่าง แต่ผมต้องทำเพราะกฎหมายเขาเขียนบังคับไว้ว่าต้องทำ ซึ่งจริงๆถ้ามีอำนาจแบบนี้ ไม่ต้องอะไรทั้งสิ้นก็ใช้อำนาจไปเลย ซึ่งผมไม่ได้ใช้แบบนั้นเลย มันต่างจากทุกครั้ง และทุกประเทศในโลกที่เขาปฏิวัติมา มีที่ไหนที่เขาทำแบบผม มานั่งฟังอยู่อย่างนี้ เขาใช้อำนาจทั้งนั้นแหล่ะ ใครผิดก็ลงโทษไป แต่วันนี้ลงโทษแทบไม่มีเลย เว้นแต่มันผิดโดยชัดเจน แต่ก็กลับกลายเป็นว่าผมใช้อำนาจมากเกินไปอีก กฎหมายเขียนว่าอย่างไร ถ้าผิดก็ต้องลงโทษ ไม่เช่นนั้นก็ฝืนกันอยู่อย่างนี้ ถ้าวันนี้ยังใช้กฎหมายไม่ได้โดยที่ผมยังมีอำนาจแบบนี้ วันหน้ากฎหมายอะไรเขียนมาก็บังคับใช้ไม่ได้ รัฐธรรมนูญเขียนมาก็ไม่ได้อีก เชื่อผมสิเพราะมันดื้อได้หมด กลับไปที่เก่าหมด”
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ทำไมสื่อไม่หาจุดร่วมกันบ้าง ที่ประเทศชาติยุ่งมีไม่กี่อย่าง สำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจ สร้างความบิดเบือน อาจจะมีคนไม่กี่คนที่ทำให้บ้านเมืองยุ่งแบบนี้ นั่งเขียนโพสไปโพสมาให้มันทะเลาะกันไว้ แล้วสังคมจะเป็นสุขได้ตรงไหน ลูกหลานไม่สงสารเขาเหรอ พ่อแม่หน้าดำ ลูกเรียนหนังสือ บ้างก็ไปติดยา ตนก็เอาทุกปัญหามานั่งคลี่แล้วทำ มันแก้ง่ายนักเหรอ 2 ปีจะเอาอะไรกับตนนักหนา ทำไมไม่มองว่าบ้านเมืองสงบขึ้นไหม สะอาดเรียบร้อยขึ้น และหลายๆอย่างที่พัฒนาขึ้นในทางที่ดี จะดีหรือดีตนไม่รู้แต่ตั้งใจที่จะทำให้ดี







