
DSIสรุปเส้นทางเช็คคดีคลองจั่นให้อัยการสิ้นต.ค.ลุ้นฟ้อง "ธรรมกาย" เพิ่ม
ดีเอสไอสรุปผลสอบเส้นทางเช็ค 878 ฉบับ คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่นให้อัยการสิ้นตค.นี้ ลุ้นสั่งฟ้องธรรมกายเพิ่มตามเสนอหรือไม่
ดีเอสไอสรุปผลสอบเส้นทางเช็ค 878 ฉบับ คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่นให้อัยการสิ้นตค.นี้ ลุ้นสั่งฟ้องธรรมกายเพิ่มตามเสนอหรือไม่
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในส่วนของการติดตามเส้นทางการเงินของเช็คสั่งจากจำนวน 878 ฉบับ มูลค่า 11,367 ล้านบาท ว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 146/2556 ที่ดีเอสไอสรุปสำนวนสั่งฟ้องอัยการไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งมีการแจ้งข้อหากับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ และพวกรวม 4 ราย โดยอัยการขอให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมประเด็นเส้นทางเช็คสั่งจ่ายจำนวน 878 ฉบับ ซึ่งล่าสุดดีเอสไออยู่ระหว่างการเร่งสอบสวนเพิ่มเติมที่คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนในประเด็นดังกล่าวส่งให้อัยการได้ภายในสิ้นเดือนต.ค. นี้ จากนั้นอัยการจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะสั่งฟ้องบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่ ตามที่ดีเอสไอสรุปข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
"จากการสอบสวนได้ข้อสรุปพบว่าเช็ค 878 ฉบับ จำนวน 11,367 ล้านบาท ถูกสั่งจ่ายไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง 6 กลุ่มประกอบด้วย 1. วัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง พระครูปลัดวิจารย์ และพระลูกวัดอื่น ๆ 2. ญาติธรรม และบุคคลใกล้ชิด นายศุภชัย 3. บริษัท เอส.ดับบลิว. โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด 4. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี 5. นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นายจีรเดช วรเพียรกุล และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนรัฐประชา และ 6. นิติบุคคล เงินโอนภายในประเทศและต่างประเทศ การถอนเงินสด แคชเชียร์เช็ค "ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคารกล่าว
พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำบุคคลที่มีชื่อเป็นผู้รับเช็คทั้งหมด แม้บางรายจะไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่การสอบสวนโดยรวมสามารถสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวนมาก และมีข้อเท็จจริงเพียงพอในการสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาเพิ่มเติม โดยสรุปพบว่าเช็คที่สั่งจ่ายไปยังกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน การนำเงินออกไปจำนวนมาก หรือการระบุว่าเป็นการบริจาคจึงน่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ แต่น่าจะเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้นายศุภชัยยักยอกทรัพย์สหกรณ์หรือรับของโจร โดยเฉพาะการบริจาคให้วัดพระธรรมกาย พระธัมมชโยและมูลนิธิจันทร์ ขนนกยูงฯ วงเงินกว่า 1,200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำสามารถชี้แจงการรับเงินบริจาคได้ประมาณ 70% ส่วนใหญ่ระบุว่านำเงินไปก่อสร้างศาสนสถาน แต่เอกสารหลักฐานที่นำมาชี้แจงบางส่วนอ้างว่าสูญหายจากน้ำท่วม จึงชี้แจงได้ไม่ครบถ้วน ดังนั้น ต้องไปพิจารณาระหว่างคำให้การกับข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าอัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องบุคคลใดเพิ่มเติมในคดีดังกล่าวหรือไม่







