
บิ๊กตู่เผยย้ายเลขาฯสภาเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน
นายกฯระบุ ใช้ ม.44 สั่งย้ายเลขาฯสภาผู้แทนราษฏรหวังเพิ่มประสิทธิภาพทำงาน โยกย้าย แจงใช้กฎหมายปกติไม่ได้
นายกฯระบุ ใช้ ม.44 สั่งย้ายเลขาฯสภาผู้แทนราษฏรหวังเพิ่มประสิทธิภาพทำงาน โยกย้าย แจงใช้กฎหมายปกติไม่ได้
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(ครม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ถึงกรณีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพ้นจากตำแหน่งและไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 37/2558 รวมถึงมีคำสั่งคำสั่งยกเลิกไม่ให้นายนัฑ ผาสุข ที่ปรึกษาด้านกฏหมายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า ได้สั่งให้ทบทวนเอง ซึ่งเป็นเรื่องของกลไกโดยมีประธานสภาเป็นผู้รับผิดชอบซึ่งการใช้อำนาจสั่งย้าย มี 2 สาเหตุ คือ การทุจริต และการปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งในกรณีนี้ย้ายเพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนจะมีการทุจริตก็หรือไม่ก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป แต่ยอมรับว่าผิดที่ลงนามแต่งตั้งนายนัฑ ทั้งที่มีกฎระเบียบการแต่งตั้งภายในจึงต้องยกเลิกคำสั่งและให้ทบทวนการแต่งตั้งที่เกิดขึ้น ซึ่งการสั่งย้ายในกรณีนี้ไม่สามารถใช้กฎหมายปกติได้ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีการโปรดเกล้าฯจึงต้องใช้มาตรา 44
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีข้าราชการที่จะแต่งชุดดำประท้วงนั้น ทำอะไรตนไม่ได้ และไม่ได้เป็นการกดดัน เพราะตนไม่ได้ใช้อำนาจพร่ำเพรื่อ ไม่ได้ดันทุรัง ไม่อยากแต่งตั้ง ไม่อยากยกเลิกด้วยมาตรา 44 แต่จำเป็นเพื่อการขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น ไม่ได้ตั้งใจไปรังแกข้าราชการ แต่คนที่อยู่แล้วทำไม่ได้ก็ต้องออกไปไม่ว่าจะอยู่ข้างไหน วันนี้ก็เช่นกันหากทำไม่ดีก็ย้ายไป
ส่วนการที่มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจมาตรา 44 พร่ำเพรื่อนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่อยากตอบโต้ เรื่องเล็กๆไม่สนใจ เรื่องใหญ่ก็คงไม่สนใจด้วย สำหรับการก่อสร้างรัฐสภาใหม่ที่ล่าช้านั้น ก็ต้องหาคนใหม่ที่ขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น และให้ความเป็นธรรมกับผู้ก่อสร้าง ส่วนจะมีการทุจริตหรือไม่กำลังตรวจสอบอยู่ หากอยากให้เร็วขอให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษมา







