
รัฐกดคันเร่ง ดันเศรษฐกิจปีหน้า
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
กระทรวงการคลังประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ ครั้งล่าสุดคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8% จากเดิมที่ประมาณการไว้ 3% และประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 3.4-3.8%
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่า ถือว่าเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ดีระดับหนึ่ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบกับการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์ใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย คาดว่าจะขยายตัวติดลบไม่ต่ำกว่า 5%
สำหรับเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่เหลือถือว่ามีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณ การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่อง 2-3 ชุด ในช่วงกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
ปลัดคลัง ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศไทยยังยืนอยู่ได้ในระดับไม่ต่ำเกินไป หากไม่มีมาตรการกระตุ้นออกมาเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ต่ำกว่านี้
นอกจากนี้ การประมาณการเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง ยังถือว่าใกล้เคียงกับหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 2.7% แต่จะต่ำกว่าธนาคารโลกที่คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2.5% และปีหน้าขยายตัวได้ 2% ซึ่งกระทรวงการคลังมองว่าธนาคารโลกยังไม่ทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การที่คลังประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 2.8% ก็ถือว่าการบริหารเศรษฐกิจเฉพาะหน้าของรัฐบาลทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุชัดเจนว่า การเข้ามาบริหารเศรษฐกิจของประเทศไม่ได้ตั้งเป้ามาทำให้จีดีพีของประเทศโตได้สูง แต่เข้ามาพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้แย่มากไปกว่าเดิม จากปัญหาความไม่เชื่อมั่น และประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้รับความยากลำบากจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลดลง
การฉุดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจไทยให้กลับคืนมาได้เร็ว นอกจากจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจปีนี้ยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของการขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้าด้วย
กระทรวงการคลังประมาณการเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ 3.4-3.8% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
แต่ทว่ากระทรวงการคลัง มองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลระยะสั้น นอกจากจะส่งผลดีในปีนี้แล้วยังมีบางส่วนส่งผลดีไปถึงปีหน้า ประกอบกับเงินงบประมาณปี 2559 วงเงิน 2.7 ล้านล้านบาท ก็ถูกเร่งผลักดันให้ออกมาอย่างรวดเร็ว รับไม้ต่อจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงประมาณการว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่บางโครงการ เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า จะเดินหน้าก่อสร้างได้จริง เป็นการรับไม้ต่อของเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านต่างๆ ที่โรดแมปวางไว้ ก็จะทำให้มีการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวตาม การบริโภคก็จะฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลหวังยังว่า หากเศรษฐกิจโลกปีหน้าเต็มใจฟื้นตัวกลับมาดี ไม่มีความผันผวน การส่งออกของไทยที่แย่ขยายตัวลบมา 3 ปีต่อเนื่อง จะกลับมาขยายตัวได้ 6-7% ก็จะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ถึง 3.8% ซึ่งเป็นการประมาณการสูงสุดของกระทรวงการคลัง
ในทางตรงข้าม หากเศรษฐกิจโลกยังมีปัญหา การส่งออกของไทยไม่ดีอย่างที่คาดไว้ แต่การฟื้นตัวเศรษฐกิจภายในประเทศที่เข้มแข็งมากขึ้น ก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยยังยืนขยายตัวได้ที่ระดับมากกว่า 3%
สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ระบุว่า รัฐบาลมีความมั่นใจในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากมาตรการกระตุ้นต่างๆ เริ่มออกผล การเร่งใช้งบประมาณลงทุนหลายแสนล้านบาทเริ่มมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ นำไปสู่การลงทุนการบริโภค ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจปีหน้า ทำให้คาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 3% แต่จะสูงถึง 3.8% ที่กระทรวงการคลังประมาณการไว้ไม่ใช่เรื่องง่าย
สมชาย ระบุว่า ยังมีปัจจัยลบของเศรษฐกิจปีหน้าที่ต้องจับตา 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศจีน ซึ่งมีปัญหามานานแต่ไม่เป็นวิกฤตเพราะประเทศจีนมีทุนสำรองมากถึง 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ที่ผ่านมาก็ได้ใช้เงินทุนสำรองไปมาก ทำให้โลกไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจของจีนจากเดิมที่คาดจะชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจจะมีการชะลอตัวที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกและไทยมากขึ้น
หากดูข้อมูล แค่ลำพังปีนี้เศรษฐกิจขยายตัวชะลอลงเหลือ 7% ยังกระทบกับการส่งออกของไทยให้ขยายตัวติดลบ 5-6% หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวรุนแรงเพิ่มขึ้นปีหน้าขยายตัวได้ไม่ถึง 7% ทำให้การส่งออกของไทยเจอมรสุมเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 3% ก็จะมีความยากลำบากมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา หลังจากสัญญาณต่างๆ เศรษฐกิจดีขึ้นต่อเนื่อง หากมีการลดดอกเบี้ยจะทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุน ทำให้ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจของไทยผันผวน
จากการประเมินของนักวิชาการ แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยเศรษฐกิจโลกยังเป็นมรสุมลูกใหญ่ของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลตระหนักเป็นอย่างดี จึงเร่งคันเร่งเศรษฐกิจภายในประเทศกันเต็มแรง ทั้งการเร่งเบิกจ่ายการลงทุน การกระตุ้นการลงทุน และการสร้างความมั่นใจฟื้นการบริโภค เพราะรัฐบาลประเมินว่า หากจุดเครื่องยนต์หลักสามตัวหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศติด และจะมีเครื่องยนต์การส่งออกมีปัญหาติดๆ ดับๆ ไปบ้าง ก็น่าจะมีกำลังพอดันให้เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้มากกว่า 3%







