
แล้วแต่มุมมอง
จีนประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 3 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ที่ 6.9% ฟังดูอาจจะน่าตกใจ ที่ต่ำกว่าไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ 7.0% อีกทั้งยังถือว่าเป็นการเติบโตของจีดีพีที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา
จีนประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 3 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ที่ 6.9% ฟังดูอาจจะน่าตกใจ ที่ต่ำกว่าไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ 7.0% อีกทั้งยังถือว่าเป็นการเติบโตของจีดีพีที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา
แต่กระนั้นหากมองในอีกมุมหนึ่ง ก็ถือว่าการเติบโตที่ระดับ 6.9% นั้น ยังดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินกันเอาไว้ที่ 6.8% ขณะที่หลายกระแสยังคาดว่าจีนจะเติบโตได้ต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำครับ บ้างก็ว่าจะอยู่ที่ระหว่าง 6.6-6.7% ทีเดียว
ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองว่า จะเห็นว่าจีนเติบโตได้ต่ำมากที่สุดในรอบ 6 ปี หรือว่าเติบโตได้ดีเกินความคาดหมาย ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยครับ นักวิเคราะห์บางฝ่ายเห็นว่า ตัวเลข 6.9% นั้นไม่ได้แย่เสียทีเดียว และเป็นผลดีจากการที่ทางการจีนใช้มาตรการกระตุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในแต่ละครั้งจะเป็นการกระตุ้นที่ไม่ได้มีความรุนแรงนักก็ตาม
ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว จีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 5 ครั้ง พร้อมๆ กับการปรับลดสัดส่วนทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงหลายครั้ง ประกอบกับส่งเสริมการก่อสร้างโครงสร้างระบบสาธารณูปโภค ส่งเสริมให้มีการปล่อยกู้กันมากขึ้น เพื่อประคองเศรษฐกิจให้มีการเติบโตต่อไป
โดยจะเห็นได้ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนหลายรายการนั้นถือว่ายังพอไปได้อยู่ เช่น ในภาคบริการ รวมไปถึงการบริโภคจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ซึ่งช่วยเข้ามาทดแทนกับความอ่อนแอที่เกิดขึ้นในภาคการผลิตและภาคการส่งออก
โดยตัวเลขการเติบโตภาคบริการของจีนในไตรมาส 3 นั้น มีการขยายตัวที่รวดเร็วอย่างมากที่ 8.4% ขณะที่ตัวเลขยอดค้าปลีกในเดือน ก.ย.ก็ขยายตัวที่ 10.9% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันเอาไว้ที่ 10.8% ครับ ขณะที่ผลผลิตโรงงานอุตสาหกรรมในเดือน ก.ย.ปรับขึ้นเพียง 5.7% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 6.0%
และแน่นอนว่า ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ที่ปรากฏออกมานี้ น่าจะเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้นักลงทุนพอใจไม่น้อยว่าเศรษฐกิจจีนไม่น่าจะพบกับการชะลอตัวที่มีความรุนแรงมากเกินไป หรือที่เรียกว่า Crash Landing ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนเองพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น
ดังนั้น จะเห็นว่า แม้ว่าจีนจะยอมรับกับสภาพความเชื่องช้าทางเศรษฐกิจอันเป็นผลจากความพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว แต่กระนั้นจีนก็มีความเป็นห่วงกับการชะลอตัวไม่น้อยเช่นกัน และเป็นเหตุผลที่จีนต้องใช้มาตรการกระตุ้นเพื่อประคองเศรษฐกิจ
เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องกลัวว่าเศรษฐกิจจีนจะดิ่งตัวรุนแรงเกินไปครับ เพราะคณะผู้นำจีนคงจะไม่ปล่อยให้เกิดอะไรที่อยู่เหนือการควบคุมในช่วงเวลาที่จีนกำลังปรับตัวอยู่อย่างแน่นอน







