
ไทยต้องฟื้นฟูสัมพันธ์กับยุโรป
สำนักข่าวนิวส์ยุโรป รายงานติดตามความสัมพันธ์ระหว่งไทยและสหภาพยุโรป (อียู) โดยระบุว่า ในขณะที่อียูเตรียมขยายความร่วมมือทางการค้าโดยมุ่งเน้นตลาดในเอเชียเป็นหลักนั้น ประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งชี้แจงปัญหาการเมืองภายใน หวังขยายความร่วมมือกับอียู
สำนักข่าวนิวส์ยุโรป รายงานติดตามความสัมพันธ์ระหว่งไทยและสหภาพยุโรป (อียู) โดยระบุว่า ในขณะที่อียูเตรียมขยายความร่วมมือทางการค้าโดยมุ่งเน้นตลาดในเอเชียเป็นหลักนั้น ประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งชี้แจงปัญหาการเมืองภายใน หวังขยายความร่วมมือกับอียู
ภายหลังจากที่สหรัฐและประเทศต่างๆ รอบมหาสมุทรแปซิฟิกบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ในช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา อียูได้เปิดเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อตอบโต้ความร่วมมือทางการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชียเป็นเป้าหมายสำคัญที่อียูให้ความสนใจ
ทั้งนี้ ประเทศต่างๆ ในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เป็นกลุ่มประเทศที่อียูให้ความสนใจมากเป็นลำดับต้นๆ โดยที่ผ่านมาอียูได้ปิดการเจรจากับเวียดนามในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และกำลังอยู่ในช่วงการเจรจากับมาเลเซีย
สำหรับไทย ก็เคยเจรจาการค้ากับอียู โดยอียูมีความสำคัญในฐานะคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของไทย และเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 อย่างไรก็ตามความคืบหน้าของการเจรจาดังกล่าวลดน้อยลง หลังจากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองภายในของไทย โดยเฉพาะประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยที่อียูให้ความสำคัญ
การที่อียูลดความสำคัญทางการค้ากับไทย เนื่องจากขัดต่อค่านิยมของอียูที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน การปกป้องสิทธิมนุษยชน และการค้าเสรี ซึ่งได้รับความสนใจและเป็นที่ถกเถียงอย่างมากในหมู่สาธารณชน
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลทหารไทยขยายเวลาในการบริหารประเทศและการที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งทำให้อียูมีปฏิกิริยาต่อไทย โดยกล่าวหาว่า การรัฐประหารในไทยเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นไทยจำเป็นต้องฟื้นฟูประชาธิปไตย เพื่อที่จะสามารถสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับอียูได้
นอกจากภาคการค้าแล้ว ภาคการท่องเที่ยวก็เป็นหมุดหลักสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยมาตั้งแต่ปี 2013 โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกลุ่มสำคัญที่เข้ามาท่องเที่ยวไทย แม้เหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม เอราวัณ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยบ้าง แต่แนวโน้มของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนก็ยังคงเข้ามาท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกลุ่มนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะจากยุโรปนั้นมีแนวโน้มลดลง
ด้วยเหตุนี้ ไทยจำเป็นต้องปรับท่าทีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนจากประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป โดยเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวต่อนักลงทุนชาวยุโรปในการประชุมสมาคมธุรกิจไทย-ยุโรป ว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นเผด็จการและกำลังหาแนวทางพัฒนาประเทศให้เหมาะสมแก่การลงทุนระยะยาว
นอกจากนี้ รัฐบาลก็ได้เตรียมเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศที่มีความปลอดภัยและมีความมั่นคงในการลงทุน







