
คิดก่อนเป็นหนี้
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่สนใจจะซื้อบ้าน แต่ไม่มีโอกาสได้เข้ามายื่นขอกู้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยเหลือผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท และมีรายได้เดือนละไม่ถึง 3 หมื่นบาท ให้ซื้อบ้านได้ และยังช่วยเหลือให้นำเงินซื้อบ้านมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 20% ของมูลค่าบ้านที่ซื้อ แต่มีเงื่อนไขต้องถือครองบ้านอย่างน้อย 5 ปี จึงจะเปลี่ยนมือได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องคืนภาษีให้กับกรมสรรพากร
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่สนใจจะซื้อบ้าน แต่ไม่มีโอกาสได้เข้ามายื่นขอกู้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยเหลือผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท และมีรายได้เดือนละไม่ถึง 3 หมื่นบาท ให้ซื้อบ้านได้ และยังช่วยเหลือให้นำเงินซื้อบ้านมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 20% ของมูลค่าบ้านที่ซื้อ แต่มีเงื่อนไขต้องถือครองบ้านอย่างน้อย 5 ปี จึงจะเปลี่ยนมือได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องคืนภาษีให้กับกรมสรรพากร
นอกจากนี้ ยังลดค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม โดยให้ลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุด จากเดิม 1% ของราคาประเมิน เหลือ 0.01% แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท ส่วนในกรณีการโอน ลดจาก 2% เหลือ 0.01% ของมูลค่าที่จำนอง เป็นเวลา 6 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 2558 จนถึง 30 เม.ย. 2559
ความช่วยเหลือจากรัฐนี้ทำให้ต้นทุนการซื้อบ้านของผู้มีรายได้น้อยลดลง และสามารถที่จะมีบ้านของตนเองได้ อาจจะทำให้คนที่อยากมีบ้านใช้โอกาสนี้กู้เงินซื้อบ้าน ทำความฝันให้เป็นจริง
แม้จะเป็นโครงการที่ดี แต่ผู้ที่จะกู้เงินก็ต้องประมาณตัวเองให้ดีก่อนจะตัดสินใจเป็นหนี้ระยะยาว ว่าจะมีความสามารถชำระค่างวดได้ตลอดไปหรือไม่ เพราะหากซื้อบ้านแล้วผ่อนไม่ไหว สุดท้ายต้องถูกเจ้าหนี้ยึดบ้านหรือเป็นหนี้สินเรื้อรัง ก็ยิ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงไปอีก
โครงการของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปที่การกระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งเป็นการสร้างหนี้ทางอ้อมให้กับประชาชน ไม่ว่าวัตถุประสงค์ของโครงการจะเป็นอย่างไรก็ตาม
อีกตัวอย่างที่เป็นการใส่เงินช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หาเงินทุนหมุนเวียน หาผู้ค้ำประกันสินเชื่อให้ ซึ่งก็เป็นการช่วยเหลือที่ดี แต่สิ่งที่เอสเอ็มอีต้องการคือการหาตลาดให้ขายสินค้า ปัญหาด้านเงินทุนยังไม่มากเท่าต้องการตลาด
ขณะนี้ก็มีการนำเอาโครงการบ้านหลังแรกไปเทียบกับโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าจะสร้างให้เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนถ่วงเศรษฐกิจในระยะยาว ผู้ที่ซื้อรถไปแล้วไม่สามารถผ่อนชำระได้ ปล่อยให้รถถูกยึดไปขายทอดตลาด ทำให้ตลาดรถยนต์แย่มาหลายปี มีหนี้เสียเกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
สำหรับโครงการบ้านหลังแรกนี้ การผ่อนปรนให้ผู้มีรายได้ 3 หมื่นบาท ซื้อบ้านได้ถึงมูลค่าหลังละ 3 ล้านบาท ซึ่งจะต้องผ่อนชำระเดือนละหมื่นกว่าบาท ผู้ที่จะซื้อบ้านต้องไปคิดให้ดี เพราะค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตด้านอื่นก็ต้องใช้เช่นกัน
ดังนั้น การจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ รัฐบาลควรจะพิจารณาให้เหมาะสมว่าจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับระบบในระยะยาวหรือไม่







