posttoday
เรื่องของการลงทุนกับการขายแอร์

เรื่องของการลงทุนกับการขายแอร์

20 ตุลาคม 2558

ผมรู้จักเถ้าแก่ร้านขายเครื่องปรับอากาศเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวๆ บ้าน และได้ใช้บริการของแกมานานหลายปีแล้ว พอเครื่องปรับอากาศที่บ้านมีปัญหาโทรหาแกให้เข้ามาดูแลให้ แกก็เข้ามาทำให้เครื่องทำงานได้ตามปกติทุกครั้งไป โดยคิดค่าบริการอย่างเป็นกันเองไม่กี่ร้อยบาทต่อครั้ง

ผมรู้จักเถ้าแก่ร้านขายเครื่องปรับอากาศเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวๆ บ้าน และได้ใช้บริการของแกมานานหลายปีแล้ว พอเครื่องปรับอากาศที่บ้านมีปัญหาโทรหาแกให้เข้ามาดูแลให้ แกก็เข้ามาทำให้เครื่องทำงานได้ตามปกติทุกครั้งไป โดยคิดค่าบริการอย่างเป็นกันเองไม่กี่ร้อยบาทต่อครั้ง

พักหลังๆ นี้เห็นแกหน้าตาไม่ค่อยสบาย ทำงานไปบ่นว่าลูกน้อยไป บางทีพาลูกชายมาด้วยดูเหมือนว่าจะยิ่งทำให้แกหงุดหงิดไม่ได้อย่างใจ ผมอดไม่ได้เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ได้ความว่าพักหลังนี้งานแยะ ขนาดลงทุนเสี่ยงตายขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปให้บริการลูกค้ายังไม่ค่อยจะทัน และลูกน้องลูกชายช่วยอะไรมากไม่ได้ ทำให้อารมณ์เสีย แต่ทีหลังทราบจากภรรยาแกว่า ความจริงที่แกอารมณ์เสียเป็นประจำแล้วไประบายใส่ลูกน้องจนออกจากงานไปหลายครั้ง ทั้งๆ ที่อุตส่าห์ฝึกงานให้จนเป็นงาน เพราะแกเสียหุ้น หาเงินได้เท่าไรหายหมดไปกับหุ้น ซึ่งภรรยาแกบอกว่าห้ามสามีไม่ให้เล่นหุ้นเท่าไรไม่ฟัง สามีบอกว่าเป็นการลงทุน มีเงินที่อุตส่าห์อดออมเรื่องการกินการอยู่เท่าไรก็เอาไปเล่นหุ้นหมด

วันหนึ่งผมเจอเถ้าแก่ที่ว่าคนนี้ ก็ถามแกว่าแกลงทุนเล่นหุ้นอะไรอยู่หรือ ได้เสียเป็นประการใด แกงงๆ ถามผมว่ารู้ได้อย่างไรว่าแกเล่นหุ้นด้วยนอกจากขายกับซ่อมบริการเครื่องปรับอากาศ ผมบอกแกว่าผมทำงานในวงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มานานหลายสิบปี พอดูโหงวเฮ้งคนออกว่าใครเล่นหุ้นหรือไม่เล่นหุ้นบ้าง ผมไม่ทราบว่าจริงๆ แกเชื่อผมหรือเปล่า แต่ยอมรับว่าเล่นหุ้น ซึ่งแกใช้ภาษาทางการว่า “ลงทุนในหุ้น” อยู่จริงเป็นหุ้นตัวใหญ่ จ่ายเงินปันผลดี แต่ทำให้แกขาดทุนยับเงิน เพราะโบรกไม่เตือนว่าราคาจะตกลงเหวขนาดนี้ พูดไปพูดมากลับมาถามว่าผมมีตัวไหนเด็ดๆ ช่วยบอกจะได้แก้ตัว

ผมเลยบอกแกไปว่า นอกจากลงทุนซื้อกองทุน RMF และ LTF ทุกปีเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีปีที่เราไปหักภาษีเงินได้แล้ว ผมไม่กล้าลงทุนซื้อหุ้นอะไร เพราะไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งเข้าถึงวงในเพียงพอที่จะเข้าจะออกได้ถูกเวลาอย่างเพื่อนคนหนึ่งที่รู้ขนาดวิเคราะห์พฤติกรรมของใครคนหนึ่งหรือหลายๆ คนที่เขาเรียกว่า “เจ้ามือ” ได้ และเขาบอกผมว่า ถ้าวิเคราะห์พฤติกรรมเจ้ามือไม่ออกอย่าเข้ามาในยุทธจักรนี้ กับอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญกว่าคือผมมีงานมีการประจำต้องทำ ไม่มีเวลาติดตามวิเคราะห์หุ้น หรือวิเคราะห์เจ้ามือในตลาดหุ้นได้ตามที่เพื่อนบอก เลยพลาดโอกาสที่จะรวยเหมือนหลายๆ คนที่เล่นหุ้นหรือเป็นนักลงทุน แต่ก็ไม่เจ็บตัวเหมือนอีกหลายๆ คนที่รู้จักที่เล่นหุ้นเช่นเดียวกัน

ว่าไปแล้วถูกต้องครับว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่มีโอกาสรวย บ่นใครไม่ได้ เขียนมาถึงตรงนี้ต้องออกตัวหน่อยว่าไม่ได้มีอคติกับการลงทุนในตลาดทุน แค่อยากยกตัวอย่างนักลงทุนมือสมัครเล่นที่ลงทุนไปตามๆ คนอื่นหรือตามข่าว โดยหวังว่าจะรวยจนเกิดปัญหาเหมือนเถ้าแก่ร้านแอร์คนนี้ เพราะลำพังงานที่มีเป็นฐานรายได้หลักที่เรียกว่า Bread and Butter ของแก วิ่งไปติดตั้งและให้บริการกับลูกค้าที่ซื้อเครื่องปรับอากาศของแกไปทั่วกรุงเทพฯ และเห็นบอกว่าตามรีสอร์ทในต่างจังหวัดด้วย แกจะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งวิเคราะห์ติดตามปัจจัยพื้นฐานและไม่พื้นฐานที่ทำให้ราคาหุ้นขึ้นหุ้นลง

แกบอกผมว่า แกไม่ได้ซื้อเดาสุ่ม แต่ซื้อเพราะโบรกของแกโทรมาแนะนำให้ซื้อเวลาหุ้นขึ้น ผมเลยถามว่า แล้วตอนที่หุ้นลงโบรกโทรมาบอกให้รีบขายบ้างหรือเปล่า แกบอกว่าบางทีก็โทรมา แต่ไม่บ่อยเหมือนตอนหุ้นขาขึ้น แต่ทำใจขายไม่ได้เพราะยังหวังว่าหุ้นที่ซื้อเอาไว้ยังมีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวต้าน แนวรับ อะไรของแกที่อาจจะรับจะดันราคาหุ้นทำให้ราคาสูงขึ้นได้อีก เลยเก็บไว้ไม่กล้าขาย

มาถึงตรงนี้ ผมบอกให้แกเบรกเรื่องที่คุยกันก่อน ให้ปีนขึ้นไปซ่อมเครื่องปรับอากาศของผมให้เสร็จก่อนแล้วค่อยลงมาคุยกันต่อ เพราะดูท่าแกจะเลกเชอร์ผมไปอีกนานว่าด้วยการลงทุนในหุ้นและอุตสาหกรรมหลายอุตสาหกรรมที่ดูเหมือนจะรู้ดีไปหมด ยกเว้นอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและการให้บริการที่แกทำอยู่

พอทำงานเสร็จแกรีบลงมาสนทนาพาทีกับผมต่อ แทนที่จะรีบกลับไปร้านเหมือนทุกครั้ง สรุปได้ว่า แกควรทำอย่างไรต่อเกี่ยวกับการ “ลงทุน” ของแก เพราะรอมาตั้งหลายเดือนแล้วไม่ดีขึ้น ผมบอกแกว่า ถ้าผมเป็นแกผมคงต้องรีบตัดสินใจว่าจะเอาดีทาง “ลงทุน” เล่นหุ้น หรือจะเอาดีกับธุรกิจการขายเครื่องปรับอากาศของแกที่ทำมายี่สิบกว่าปีแล้ว จากการที่มีลูกน้องสิบกว่าคนจนเหลือแค่สองคน เพราะลาออกไปเนื่องจากรองรับอารมณ์แกไม่ได้ และช่างประเภทนี้หายาก พอเป็นงานแล้วใครๆ ก็อยากได้ตัวไป ถ้าไม่รักกันจริงมีโอกาสสูญเสียคนงานหรือบุคลากรที่ฝึกมาให้คนอื่นไป และยิ่งแกประหยัดค่าใช้จ่ายกับตัวเองและลูกน้อง เพื่อเอาเงินไปเล่นหุ้นยิ่งทำให้ลูกน้องพร้อมที่จะย้ายไปทำงานกับคนอื่นได้ทุกเมื่อ

แกถามผมว่า ทำไมผมถึงแนะนำให้เลือกว่าจะเล่นหุ้นหรือขายแอร์ ผมบอกแกอย่างที่พูดมาแล้วว่า คนที่ทำมาค้าขายอย่างแกจะเอาเวลาที่ไหนมานั่งวิเคราะห์วิจัยหุ้น โดยเฉพาะสมัยนี้ที่ราคาหุ้นจะขึ้นถ้าตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจลดลง ขัดกับทฤษฎีทุกทฤษฎีว่าราคาหุ้นนั้นควรจะขึ้นเมื่อเศรษฐกิจดีและตกเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาประกาศตัวเลขเศรษฐกิจตัวใดตัวหนึ่งว่ายังอ่อนแอมีปัญหา ราคาหุ้นทั่วโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นรับทันที หรืออย่างเมืองไทยเรานี้ ถ้าวันใดวันหนึ่งทางการประกาศตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจออกมาเป็นบวกทุกตัว เผลอๆ ราคาหุ้นอาจจะร่วงระเนระนาด เพราะกลัวว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับอัตราดอกเบี้ยรับก็ได้ใครจะรู้

ประเด็นที่ 2 ที่แกไม่ควรลงทุนแบบที่ทำอยู่คือ ถ้าแกคิดว่าแกจะลงทุนแบบวัดดวงตามเขา ผมบอกให้แกลองไปนั่งคิดดูว่า ถ้าแกเล่นไพ่กับใครสักคนที่มีหน้าตักในมือสัก 2-3 แสนบาท แต่แกมีเงินในมือเล่นกับเขาเพียงพันสองพันบาท แกมีโอกาสหรือที่จะเอาชนะเขาได้ ถ้าคิดว่ามีโอกาสแกจะเล่นหุ้นลงทุนต่อไปก็คงห้ามไม่ได้

แกฟังผมพูดแล้ว แล้วถือโอกาสถามต่อว่าตอนนี้เริ่มอายุมากแล้ว ทำงานมากๆ เหนื่อย อยากให้ลูกชายลูกสาวที่เรียนจบมหาวิทยาลัยของรัฐมาแล้วทั้งสองคนมาช่วยทำงานที่บ้าน โดยเฉพาะลูกชายที่จบวิศวะ แต่ทั้งสองคนไม่ยอมมาทำงานที่ร้าน พอใจที่จะไปเป็นลูกจ้างคนอื่นมากกว่า

ผมเลยถือโอกาสบอกแกว่าถ้าแกเลิกเล่นหุ้นแล้วหันมาทำมาค้าขายจริงๆ จังๆ ทำไมลูกๆ จะไม่อยากมาทำงานของครอบครัว แต่จากการที่แกไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลบริหารงานในร้านให้เป็นระบบ ลูกๆ ที่จบการศึกษาชั้นสูงจากมหาวิทยาลัยดีๆ ก็ย่อมไม่อยากกลับมาทำงาน เพราะไม่ทราบว่าจะทำอะไร จะให้วิ่งซ่อมแอร์ขายแอร์อย่างพ่อคงทำไม่เป็น

แกถามว่า ถ้าเลิกเล่นหุ้นแล้วทำอย่างไรลูกๆ ถึงจะกลับมาทำงานที่บ้าน ผมแนะนำว่าให้รีบขายหุ้นเอาเงินมาปรับปรุงร้านให้ดูสะอาดทันสมัยเป็นสัดส่วน มีส่วนที่เป็นโชว์รูม ส่วนงานบัญชีและการเงิน และส่วนบริการงานช่าง ให้ลูกสาวที่จบบัญชีมาคุมงานภายใน ให้ลูกชายคุมงานภายนอกเพราะจบวิศวะมา และที่สำคัญคือแกต้องยอมเชื่อใจและไว้ใจว่าลูกมีความสามารถที่จะทำงานแทนแกได้ เขาถึงจะอยากกลับมาทำงานที่ร้าน

แกถามผมว่า ไอเดียผมก็ไม่เลว แต่ทำอย่างนี้แล้วแกจะทำอะไร ผมบอกว่างานหลักของแกคือการให้กำลังใจลูกๆ ให้ทำงาน ผิดบ้างถูกบ้างช่วยกันแก้ไข แกมีประสบการณ์หน้างานก็ฝึกเทรนช่างใหม่ๆ ขึ้นมา และถ้าทุกอย่างลงตัวแล้ว อยากจะไปลงทุนใหม่ก็น่าจะมีเวลา แกรีบขอบอกขอบใจผม คงเพราะตอนจบชี้ทางให้ไปลงทุนได้ใหม่ ก็ไม่ทราบได้ผลอย่างไรจะกลับมารายงานให้ท่านผู้อ่านทราบอีกทีครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท