
ยกร่างสิทธิเสรีภาพแบบใหม่
กรธ.เขียนหมวดสิทธิเสรีภาพแบบใหม่ในรัฐธรรมนูญ ป้องกันการตีความ
กรธ.เขียนหมวดสิทธิเสรีภาพแบบใหม่ในรัฐธรรมนูญ ป้องกันการตีความ
นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรธ.กำลังเริ่มลงมือพิจารณาตัวบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยหมวดทั่วไปว่าด้วยสิทธิของปวงชนชาวไทย จะมีวิธีบัญญัติรูปแบบใหม่ให้กระชับ กะทัดรัด โดยการครอบคลุมว่าหากรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนห้ามหรือจำกัดไว้ให้ถือเป็นสิทธิเสรีภาพทั้งหมด เพื่อไม่ให้กลุ่มใดต้องตกหล่นไปจากข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญ
“การกำหนดเรื่องสิทธิจะกลับตาลปัตรจากทฤษฎี คือ จะเขียนหลักไว้กว้างๆ แล้วก็จะกำหนดว่ามีอะไรบ้างที่ทำไม่ได้ อะไรที่ไม่ห้ามไว้ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง เช่น เรื่องใดสุ่มเสี่ยงจะกระทบสิทธิประชาชน เราก็จะเขียนเงื่อนไขไว้ ไม่ต้องไปตีความกันวุ่นวาย” นายมีชัย กล่าว
สำหรับเรื่องที่องค์กรอิสระมาให้ข้อมูลต่อ กรธ.และส่วนใหญ่ขอเพิ่มอำนาจนั้น นายมีชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะหากมีอำนาจคล้ายกันก็จะเกิดความซ้ำซ้อนและมีปัญหาระหว่างองค์กร จึงต้องทำให้เกิดความสมดุล แต่ยังไม่มีแนวคิดว่ายุบองค์กรอิสระ แต่จะต้องสร้างกลไกการสรรหาให้ประชาชนมั่นใจว่า องค์กรอิสระเหล่านี้จะให้ความเป็นธรรมได้
ด้าน นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. แถลงถึงความคืบหน้าของการประชุม กรธ.ว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญได้มีความก้าวหน้าไปในหมวดสำคัญว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยมีหลักการเรื่องใดที่ไม่ได้ถูกจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นๆ ประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะกระทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย รวมถึงไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น
วันเดียวกัน นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. ได้ชี้แจงการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญต่อเอกอัครราชทูตและผู้แทนเอกอัครราชทูตกว่า 50 ประเทศ ว่า ขณะนี้ได้พิจารณารายมาตราผ่านไปแล้ว 2 หมวด คือ
บททั่วไปและหมวดพระมหากษัตริย์ และกำลังพิจารณาหมวดเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
อย่างไรก็ตาม ทางผู้แทนทูตประเทศหนึ่งได้ถามว่า ประชาชนจะได้รับร่างรัฐธรรมนูญเร็วสุดเมื่อใดนั้น นายนรชิต ยืนยันว่า จะได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญแรกที่จะเสร็จใน 120 วันแรก หรือภายในเดือน ม.ค. 2559 พร้อมเผยแพร่และรับฟังความเห็นก่อนนำมาปรับปรุงให้ได้ร่างสุดท้าย
ด้าน การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เปิดให้สมาชิกได้ร่วมลงชื่อเพื่อจะทำการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ในด้านต่างๆ 11 ด้าน เพื่อวางกรอบการทำงานแล้วนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำ สปท.ต่อไป โดยด้านการเมืองมีผู้แสดงเจตจำนง อาทิ นายชัย ชิดชอบ นายวิทยา แก้วภราดัย นายคำนูณ สิทธิสมาน นายนิกร จำนง นายสมพงษ์ สระกวี พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก และนายกษิต ภิรมย์







