posttoday
เลยโมเดลต้นแบบปรองดอง

เลยโมเดลต้นแบบปรองดอง

17 กรกฎาคม 2553

ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

แม้การชุมนุมทางการเมืองจะยุติลงแต่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า รากความคิดแห่งความชิงชังระหว่างกลุ่มคน ยังคงดำรงต่อไปในหลายพื้นที่ พร้อมจะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงเผาบ้านเผาเมืองระลอกใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานยังคงเป็นเรดโซนที่ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าจับตามอง

ขณะที่จังหวัดพื้นที่แดงเดือด เช่น อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ โดนประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน แต่สำหรับจังหวัดใกล้เคียงอย่าง จังหวัดเลย แม้จะมีคนเสื้อแดงแทบยกจังหวัด แต่การเคลื่อนไหวทางการเมือง กลับเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการเผาศาลากลางจังหวัด จึงถูกยกให้เป็นเลยโมเดล แบบฉบับของความปรองดองทางการเมือง

กรอบความคิดเลยโมเดล เป็นการรวมตัวอย่างเข้มแข็งของประชาชนในพื้นที่ มีเป้าหมายใหญ่เพื่อการพัฒนาจังหวัดในด้านต่างๆ โดยคำนึงถึงอัตลักษณ์คนเมืองเลย กล่าวคือ เทิดทูนสถาบัน เป็นคนมีอัธยาศัยดี รักความสงบ เอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือคนอื่น ขณะที่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ (วิถีเลย) อยู่กันแบบเครือญาติ ปลูกบ้านเรือนนอนใกล้กัน นอนหัวค่ำตื่นดึกลุกเช้า

เมื่อคุณภาพชีวิตดี การพัฒนาด้านต่างๆ เดินไปพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษา

หากโฟกัสเลยโมเดลในเชิงการเมือง น่าสนใจยิ่ง เพราะพื้นที่แห่งนี้มีนักการเมืองสองขั้ว เป็น สส.พรรคเพื่อไทย 3 คน อีกรายเป็น สส.ภูมิใจไทย ซึ่งก็เป็นหน่อเนื้อมาจากพรรคไทยรักไทย

จะเห็นได้ว่าฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่ สส.อีกรายอยู่พรรคร่วมรัฐบาล บทบาทหน้าที่แตกต่าง แต่ทั้งหมดอยู่ร่วมกันได้ วิถีการเมืองต่างเดินไปตามกรอบกติการัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ บ่อยครั้ง จ.เลย มีการชุมนุม มีการยื่นหนังสือประท้วงเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นในภาคอีสาน แต่ไม่มีอาการอารมณ์ค้างตามมาด้วยอาละวาดนอกกรอบกฎหมาย

ถ้าย้อนกลับไปในช่วงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้มแข็ง ก็มีการชุมนุมในพื้นที่แห่งนี้ แต่ไม่มีการต่อต้านไล่ฆ่าจากฝ่ายเสื้อแดง เช่นเดียวกันถึงคิวมหกรรมเสื้อแดงมารุ่งเรือง สภาพกิจกรรมในพื้นที่เป็นไปด้วยความสงบ จนกระทั่งสถานการณ์การเมืองลดระดับความรุนแรง ถึงเวลาที่พวกเขาต้องมองไกลไปถึงการพัฒนาก็เกิดกระบวนการรวมกลุ่ม ถอดสีเสื้อ เหลือสีธงไตรรงค์เปิดเวทีระดมความคิดเห็นเพื่อหาทางพัฒนาจังหวัดของพวกเขา

นี่คือความวิเศษในระบอบประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นใน จ.เลย

เวทีถ่ายทอดมุมมอง “เลยโมเดล โครงการนำร่องแผนปรองดองแห่งชาติ” ในช่วงวันที่ 16 ก.ค. โดยมีตัวแทนจากรัฐบาล ผู้นำภาคประชาชน นักวิชาการร่วมแสดงความคิดเห็น หากพิเคราะห์ให้ดี ทางหนึ่งเป็นความเคลื่อนไหวของสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จัดโครงการโฆษกสัญจร พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ต่างจังหวัดหวังเก็บข้อมูลความต้องการระดับจังหวัด ตามแผนปรองดองเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย

แต่อีกนัยหนึ่ง เหมือนเป็นการชิมลางลงพื้นที่เพื่อเป็นการส่งซิกถึงนายกรัฐมนตรี เตรียมเหยียบพื้นที่ภาคอีสานหลังเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองยุติ

บนเวทีเสวนาเมื่อวันที่ 16 ก.ค. “ธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย บอกตรงไปตรงมาว่า เลยโมเดลเป็นคำสวยหรู แต่การปรองดองที่แท้จริง คือการที่รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดกินดีอยู่ดี ไม่ว่ารัฐบาลจะออกนโยบายให้ทำอะไรเราก็พร้อม แต่ไม่มีงบประมาณให้แล้วจะได้อย่างไร

“การเดินทางมาของรัฐบาลครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่มารับฟังเท่านั้น แต่ต้องนำปากไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วย ว่า จ.เลย ต้องการอะไร ความปรองดองเกิดขึ้นแน่ถ้าจังหวัดได้รับงบประมาณเพื่อการพัฒนา” เสียงกล่าวย้ำของ ธนาวุฒิ

เลยโมเดล จึงไม่ใช่รูปแบบแผนปรองดองที่จดลิขสิทธิ์ไว้เฉพาะ จ.เลย เท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้จังหวัดต่างๆ สามารถสร้างแบบอย่างสมานฉันท์ได้เช่นเดียวกัน โดยที่รัฐบาลวาดหวังจะใช้ต้นแบบนี้เดินเครื่องไปยังจังหวัดอื่น เช่น แม่ฮ่องสอน เป็นคิวต่อไป ซึ่งหากทำได้อย่างจริงจัง ก็ไม่ไกลเกินฝันที่จะเห็นความสงบสุขกลับคืนสู่ประเทศ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ