
ผู้นำจิตวิญญาณกะเหรี่ยงแจ้งเอาผิด "ชัยวัฒน์" เผาไล่รื้อชุมชน
เพชรบุรี-ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยง แจ้งความเอาผิด อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดเผาไล่รื้อชุมชน
เพชรบุรี-ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยง แจ้งความเอาผิด อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่จุดเผาไล่รื้อชุมชน
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นายโคอิ มีมิ หรือ ปู่คออี้ อายุ 104 ปี ผู้นำจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเป็นปู่ของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ที่หายตัวไปในป่าแก่งกระจานอย่างไร้ร่อยรอย พร้อมด้วย น.ส.วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กลยุทธ์ วงษ์เพ็ชร พนักงานสอบสวนชำนาญการ สภ.แก่งกระจาน ให้ดำเนินคดีกับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ฐานความผิดวางเพลิงเผาทรัพย์และไล่รื้อชุมชนชาวกะเหรี่ยงบริเวณ ต.ห้วยแม่เพรียง เหตุเกิดเมื่อเดือน พ.ค.2554
ทั้งนี้ในวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพร้อมอาวุธปืนครบมือไปที่บ้านปู่คออี้ โดยได้สั่งให้ปู่คออี้และลูกหลานออกจากบ้าน แต่ปู่คออี้ปฏิเสธและบอกว่าไปไหนไม่ได้ เพราะตามองไม่เห็น แต่เจ้าหน้าที่ได้นำตัวออกจากบ้านไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ระหว่างนั้นปู่คออี้ได้ขอร้องกับเจ้าหน้าที่ว่าขอเก็บทรัพย์สินในบ้านเพื่อนำติดตัวลงมาด้วย และอย่าทำลายยุ้งฉาง แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำทรัพย์สินใดติดตัวลงมา มีเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวที่สวมใส่เท่า วันต่อมาปู่คออี้ ได้ทราบจากลูกหลานว่าเจ้าหน้าที่จุดไฟเผาบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินเสียหายหมด
น.ส.วราภรณ์ กล่าวอีกว่า หลายคนสงสัยว่าทำไมเหตุเกิดมาตั้งแต่เดือนพ.ค.2554 ข้อเท็จจริง คือ หลังเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่เผาทำลายบ้านที่อยู่อาศัย ยุ้งข้าว และทรัพย์สินของพี่น้องชาวกะเหรี่ยง ได้มีทางเครือข่ายที่ทำงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้แจ้งความกล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ในข้อหาวางเพลิง บุกรุก ลักทรัพย์ และข้อหาหมิ่นประมาท แต่ว่าจนถึงวันนี้คดีความยังไม่มีความคืบหน้า เพราะฉะนั้นทางปู่คออี้ในฐานะที่เป็นผู้เสียหายโดยตรง ได้มีความประสงค์มาแจ้งความดำเนินคดีด้วยตัวเอง
ด้านปู่คออี้ กล่าวว่า ยังจำเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวได้ทุกอย่าง ในวันเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่ไปรับ คิดว่าไปช่วยเหลือในฐานะที่ไม่สบายเจ็บป่วยอยู่ แต่หลังถูกเจ้าหน้าที่นำตัวออกมาจากพื้นที่ก็มาทราบว่ามีการเผาทำลายที่อยู่อาศัย ยุ้งฉางข้าว ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะทำกันถึงขนาดนี้ ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้อยู่อาศัยมาตั้งแต่เล็ก







