
เพิ่มขีดแข่งขันอาหาร
การที่จำนวนและรายได้ของประชากรของโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน และหากประเทศสมาชิกมีความร่วมมือกัน ก็จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้
การที่จำนวนและรายได้ของประชากรของโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน และหากประเทศสมาชิกมีความร่วมมือกัน ก็จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้
นางอัมพร กาญจนกำเนิด ประธานฝ่ายปฏิบัติการระดับสูง กลุ่มธุรกิจการผลิตและการตลาด บริษัท มิตรผล มองว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารถือเป็นจุดแข็งของอาเซียน ซึ่งควรพัฒนาขีดความสามารถและสร้างมาตรฐานเดียวกันในอาเซียนหากต้องการให้อาเซียนเป็นแหล่งอาหาร
ของโลก
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีอุปสรรคสำคัญคือมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นประเทศในอาเซียนต้องลดและเลิกมาตรการเหล่านี้ ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปด้วย
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ รองประธานกรรมการอาวุโส บริษัท ซี.พี. เมอร์แชนไดซิ่ง ผู้ประกอบการประเภทขายส่งเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจด้านอาหาร การรักษามาตรฐานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสนใจเกษตรกรที่เป็นต้นทางการผลิตวัตถุดิบ หากมีการทำงานอย่าง บูรณาการกันทุกส่วนก็จะช่วยผลักดันให้แข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ ข้อมูลของสถาบันอาหาร ระบุว่า การส่งออกอาหารครึ่งปีแรกของปี 2558 อยู่ที่ 4.24 แสนล้านบาท คาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1.7% โดยมีตลาดส่งออกที่ช่วยส่งเสริมยอด คือ จีนและอาเซียน







