
รับสร้างบ้านขอรัฐลดภาษี5%
สมาคมฯ รับสร้างบ้าน ขอรัฐกระตุ้น ลดภาษี 5% ด้าน “สมคิด” ยันไม่กลัวหนี้เสีย
สมาคมฯ รับสร้างบ้าน ขอรัฐกระตุ้น ลดภาษี 5% ด้าน “สมคิด” ยันไม่กลัวหนี้เสีย
นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ทางสมาคมจะร้องถามไปยังภาครัฐอีกครั้ง ถึงข้อเสนอที่ขอให้เร่งออกมาตรการระยะสั้นที่เป็นรูปธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจรับสร้างบ้านที่ซบเซามานานกว่า 4-5 ปี และปีนี้คาดว่าตลาดจะหดตัวลงอีก 15% ส่งผลให้มูลค่าตลาดลดลงจาก 1.1 หมื่นล้านบาท เหลือ 9,500 ล้านบาท ในปีนี้
สำหรับข้อเสนอที่สมาคมส่งให้ภาครัฐพิจารณาเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ได้แก่ มาตรการระยะสั้น เสนอให้ใช้นโยบายด้านการคลัง โดยลดหย่อนภาษีให้กับผู้ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองในอัตรา 5% ของราคาปลูกสร้าง ทยอยลดหย่อนปีละ 20% เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อให้ผู้บริโภคที่มีที่ดินตัดสินใจปลูกสร้างบ้านได้ง่ายและเร็วขึ้น และยังเป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดินว่างเปล่าได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังเสนอมาตรการระยะยาว ให้รัฐบาลโดยการเคหะแห่งชาติ จัดสรรที่ดินเปล่าสำหรับปลูกสร้างบ้านพร้อมสินเชื่อรองรับ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึง โดยเฉพาะที่ดินเปล่าตามแนวการขยายตัวของเมือง
ด้าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ทุกธนาคารเริ่มเข้ามาแข่งขันปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่ซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ละธนาคารเองไม่มั่นใจที่จะปล่อยกู้ แต่ขณะนี้แต่ละธนาคารมั่นใจขึ้น ซึ่งถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์พอสมควร
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่มีการแสดงความกังวลว่าการปล่อยกู้อสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่มีเงื่อนไขผ่อนปรนโดยการพิจารณาสัดส่วนความสามารถชำระหนี้ต่อรายได้สูงสุดถึง 50% ของรายได้สุทธิต่อเดือน จะนำไปสู่การมีหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลนั้น เรื่องนี้ไม่มีความกังวล เพราะโดยปกติประชาชนผู้มีรายได้น้อยกว่าจะได้บ้านมาค่อนข้างยาก ยิ่งเป็นบ้านหลังแรก เชื่อว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาหนี้เสียแน่
นายสมคิด กล่าวว่า รูปแบบการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยนี้ เบื้องต้นได้นำเสนอภาคเอกชนไป 2 รูปแบบ โดยรูปแบบแรกอาจเลือกหาที่ดินของรัฐบาล เช่น ที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เอามาให้เช่า หรือหาที่ดินเอกชนที่ราคาถูก ส่วนรูปแบบที่สอง ซึ่งเอกชนสนใจมากกว่า คือ ภาคเอกชนร่วมทุนกับรัฐบาลในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise ซึ่งตามปกติเอกชนก็มีการทำโครงการเพื่อสังคมหรือซีเอสอาร์อยู่แล้ว







