
สุริยะใสแนะแม่น้ำ5สายเร่งกระชับทิศทาง-เนื้อหาปฏิรูป
สุริยะใส แนะใช้เวทีแม่น้ำ 5 สาย กำหนดประเด็นปฏิรูป ลงสู่เนื้อหาได้แล้ว ติง คสช.เลิกผลักวาระปฏิรูปไปที่ สปท.-กรธ.
สุริยะใส แนะใช้เวทีแม่น้ำ 5 สาย กำหนดประเด็นปฏิรูป ลงสู่เนื้อหาได้แล้ว ติง คสช.เลิกผลักวาระปฏิรูปไปที่ สปท.-กรธ.
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าการประชุมแม่น้ำ 5 สายในวันที่ 28 ต.ค.นี้ จะต้องกระชับทิศทางและเนื้อหาของการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นว่าจะปฏิรูปเรื่องใดก่อนหรือหลัง ต้องจัดลำดับความสำคัญไม่ต้องทำทุกเรื่องพร้อมกัน เพราะการปฏิรูปมีส่วนทั้งที่เป็นงานร้อนและงานเย็น บางเรื่องต้องรอกฎหมาย รอรัฐธรรมนูญ แต่บางเรื่องก็ทำได้โดยฝ่ายบริหารหรือ มติ ครม.
"เราเห็นแต่สูตรของการทำงานไม่ว่าจะเป็น 6+4 6+4 ของ คสช.หรือล่าสุดสูตร 1+1+18 ของ สปท. ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นกรอบเวลาในการทำงาน แต่ยังไม่เห็นประเด็นหรือเรื่องที่จะปฏิรูปว่าแม่น้ำทั้ง 5 สายจะตกผลึกร่วมกันที่เรื่องใดก่อน เพราะถ้าไม่ตกผลึกไม่จัดลำดับความสำคัญร่วมกันก็จะโยนกันไปกันมา นับหนึ่งไม่ได้เสียทีและสุดท้ายก็ได้แค่รัฐธรรมนูญ แล้วปล่อยให้รัฐบาลหน้ามาเป็นคนปฏิรูปซึ่งก็คาดหวังได้ยาก ดังนั้น คสช.ในฐานะที่เป็นแม่น้ำสายหลักต้องประกาศทิศทางและโรดแมปการปฏิรูปให้ชัดกว่าที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาเดิมๆ ที่แต่ละสายมีเป้าหมายต่างกันแต่ไม่เปิดใจไม่คุยกันแบบตรงไปตรงมา จนทำให้เสียเวลาไปกว่าปี"นายสุริยะใสกล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ในขณะนี้มีพิมพ์เขียวปฏิรูป 37 วาระที่ สปช.ได้ส่งมอบให้ คสช.กับ ครม.ไว้ก่อนยุติบทบาท ก็เท่ากับว่าแม่น้ำทั้ง 5 สายไม่ต้องไปเสียเวลานับหนึ่งศึกษากันใหม่ สามารถสังเคราะห์ต่อยอดและลงมือทำให้เห็นผลในทางปฏิบัติได้เลย
"ถึงตอนนี้ คสช.จะผลักภาระปฏิรูปไปอยู่ในมือ สปท.หรือ กรธ.เหมือนช่วงที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว เพราะใครๆ ก็รู้ดีว่าอำนาจนำในการกำหนดทิศทางและเนื้อหาปฏิรูปยังอยู่ในมือ คสช."นายสุริยะใสกล่าว







