posttoday
มื้อเย็นที่แปรเปลี่ยน

มื้อเย็นที่แปรเปลี่ยน

18 ตุลาคม 2558

หลังเลิกงานตามเวลาราชการ ไม่ว่าภารกิจวันนั้นจะเหนื่อยหนักขนาดไหน แม่ก็ยังไปจ่ายตลาดเป็นกิจวัตรปกติ

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

หลังเลิกงานตามเวลาราชการ ไม่ว่าภารกิจวันนั้นจะเหนื่อยหนักขนาดไหน แม่ก็ยังไปจ่ายตลาดเป็นกิจวัตรปกติ แผงขายสารพัดสินค้าคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ไม่ใช่แค่แม่ผมเท่านั้น บรรดาแม่ๆ จากครอบครัวอื่น หรือตัวแทนจากหลากบ้านหลายชุมชนก็ไปรวมกันเพื่อเฟ้นหาวัตถุดิบกลับบ้าน โดยมีอีกภารกิจหนึ่งรออยู่

เสียงโขลก สับ ทุบ เสียงอุปกรณ์ หม้อ กระทะ ตะหลิวกระทบกัน ตามมาด้วยเสียงน้ำมันในกระทะทอดหรือผัดส่งเสียงฉ่า ยังไม่นับถึงอีกสารพัดเสียง ซึ่งเป็นเสมือนวงซิมโฟนีที่ทุกบ้านพร้อมใจกันบรรเลงประสานขึ้น ดังมาจากห้องครัวเป็นระยะๆ ตลอดช่วงเย็น จนกว่าจะได้จานโปรดแห่งวันมาวางบนโต๊ะอาหาร ส่งกลิ่นหอมกรุ่น โชยเรียกสมาชิกในบ้าน

มื้อเย็นเป็นเสมือนช่วงเวลาสานความสัมพันธ์ระหว่างกันในระดับปกติ โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาบทสนทนา

ผมพยายามนึกถึงภาพที่คุ้นเคย ในวันที่แม่ในวัยเกษียณ บอกว่า “เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เข้าครัวทำอาหารเย็นแล้ว” แกให้เหตุผลเรื่องนี้ว่า เพราะแต่ละบ้านมีจำนวนสมาชิกในบ้านลดลง จึงกินอยู่กันแบบง่ายๆ ด้วยกับข้าวไม่กี่อย่าง ถ้าไม่ชอบกับข้าวซ้ำๆ ก็ซื้อกิน สมาชิกบางคนก็ยึดหลัก “ไม่กินมื้อเย็น” ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แม่สรุปเรื่องนี้เสียงดังฟังชัดมาจากโทรศัพท์ ว่า “เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครกินมื้อเย็นกันแล้ว”

สิ่งที่ผมได้ยินจากแม่ มีเสียงสนับสนุน เห็นพ้องปฏิบัติ ชนิดที่ทำให้กล่าวได้ว่า อาหารมื้อเย็นนั้นถูกโจมตีจากเหตุผลรอบด้าน จนเหลือความสำคัญน้อยลง หรือทำให้กลายเป็นเพียงกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในโอกาสพิเศษ เช่น เป็นมื้อสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อนที่นัดพบกันในหลากโอกาส หรือกระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของพิธีการต่างๆ ที่เรียกการเลี้ยงมื้อเย็นว่า “เลี้ยงดินเนอร์”

น่าสงสัยว่า ครอบครัวในเมืองใหญ่ของทุกจังหวัด ยังเหลือกี่ครอบครัวที่ยังประกอบอาหารเย็นตามขนบธรรมเนียมที่ผมคุ้นเคยในวัยเด็ก ไม่ได้แค่ซื้อแกงถุง หรืออาหารสำเร็จรูป กลับบ้านไปนั่งล้อมวงกินกัน ไม่ต้องนับครอบครัวในเมืองหลวงที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา จนการกลับไปปรุงอาหารเย็นเองของคุณแม่บ้านพ่อบ้านเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ยิ่งกว่านั้น การเดินทางกลับบ้านด้วยการจราจรที่ติดขัดอย่างแสนสาหัสช่วงหลังเลิกงาน ทำให้หลายครอบครัวต้องแยกกันกินมื้อเย็นแบบตัวใครตัวมัน บางครอบครัวถึงกับต้องกินระหว่างเดินทางบนรถส่วนตัว มื้อเย็นแบบครอบครัวพร้อมหน้าจะ
เกิดขึ้นได้เฉพาะในวันหยุดงานเท่านั้น หนำซ้ำบางครอบครัวก็ใช้โอกาสนี้ไปกินข้าวนอกบ้านตามร้านดังในห้างสรรพสินค้า เพื่อหลบจากอากาศร้อนในบ้าน ไม่ใช่การเข้าครัวอย่างแต่ก่อน

เหตุผลด้านความงามและสุขภาพ กลายเป็นอีกมุมหนึ่งที่ประกาศเป็นปฏิปักษ์และสั่นคลอนวิถีเดิมของอาหารมื้อนี้อย่างชัดเจน

ผมเคยถามเพื่อนสุภาพสตรีท่านหนึ่งว่า ทำไมถึงเลิกกินมื้อนี้ เธอร่ายยาวพลางเปรียบให้เห็นภาพ ราวกับมื้อเย็นคืออสูรร้าย ที่สามารถทำลายร่างกายอันแสนบอบบาง (ซึ่งก็หมายถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มจนดูไม่งามนั่นเอง) ได้ราวกับเป็นลูกไก่ในกำมือ

เธอยังอธิบายถึงเหตุผลราวกับเป็นกูรูด้านสุขภาพอีกว่า มื้อเช้าที่แต่ละคนกินในแต่ละวัน มีค่าพลังงานเพียงพอที่จะใช้ได้ทั้งวันด้วยซ้ำไป นอกจากงดมื้อเย็นแล้ว มื้อเที่ยงก็ควรถูกจำกัดอีกด้วย สุดท้ายก็ยกเหตุผลทางพุทธศาสนามาสำทับอีกว่า พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามพระฉันในเวลาวิกาล เพราะไม่ต้องการให้ภิกษุนั้นเป็นภาระของญาติโยมมากเกินไป และทรงสอนให้รู้จักประมาณในการฉัน เพื่อเอื้อต่อการบำเพ็ญเพียรทางจิต เพราะถ้าฉันอาหารมากไป ร่างกายก็จะไม่ระงับ จิตก็จะไม่ระงับ กลับเป็นการทำให้มีพลังงานส่วนเกิน ส่งเสริมกามราคะ ให้มีกำลังรบกวนจิตใจอีกด้วย เป็นกามสุขัลลิกานุโยคไป ซึ่งไม่ใช่ทางสายกลางสำหรับนักบวช ศีลและมรรคปฏิบัตินี้ จะทำให้พระภิกษุ กายเบา สบายดี อยู่สำราญ อาพาธน้อย

เหตุผลด้านสุขภาพและความงามถูกนำมาผสมปนเปกับหลักปฏิบัติทางศาสนา เพื่อโจมตีมื้อเย็นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ผมจะแอบเปิดกูเกิลดูแล้วพบว่า แนวคิดเรื่องงดมื้อเย็นเพื่อความงาม ยังเป็นข้อถกเถียงที่หาข้อสรุปอันเป็นที่สุดไม่ได้ ก็ได้แต่ฟังเธออย่างเงียบๆ

มื้อเย็นจะถูกสั่นคลอนจนเปลี่ยนแปลงไปมากในหลายพื้นที่ตามแรงขยายของสังคมเมือง แต่ก็ไม่สามารถลบให้หายไปจากอีกหลายครอบครัวได้ ถึงแม้วันนี้จะไร้โอกาสสัมผัสถึงซิมโฟนีจากก้นครัวได้จากบ้านตัวเองและละแวกใกล้เคียง แต่ผมก็เชื่อว่า เสียงนั้นยังดังอยู่...ที่ไหนสักแห่ง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69