
3จีร้อนๆ
สรุปผลงาน 1 เดือนของ รมว.ป้ายแดง จุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที เรื่องฮอตภารกิจสอยดาวเทียมเพื่อความมั่นคง ยังต้องรอการประชุม ครม.เศรษฐกิจวันจันทร์ที่ 19 ก.ค.นี้ สรุปทางเลือกอีกครั้ง
ส่วนเรื่องการประมูล 3จี ที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่งสัญญาณ ว่าเงื่อนไขการเปิดประมูล 3.9จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.ปัจจุบัน อาจกระทบสภาพการแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมและสัญญาสัมปทานกับรัฐ
รมว.จุติ แย้มว่า ไอซีทีคงเลือกแนวทางการแปรสัญญาของกระทรวงการคลัง ในการลดผลกระทบดังกล่าว
ด้วยการแปรสัมปทานมือถือในปัจจุบันเป็นใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) มีอายุสัมปทาน 15 ปี เช่นเดียวกับไลเซนส์ 3.9จี ของ กทช. และคิดค่าธรรมเนียมไลเซนส์ที่ 12.5% ต่อปี
สาเหตุที่ไอซีทีเห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะยังไม่เห็นว่ามีแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่า...พุทโธ่จบกัน
และไอซีทีได้บอกว่าอยากให้ กทช.ปรับค่าไลเซนส์ 3จี ขึ้นจาก 6% เป็น 12.5% เท่ากับของไอซีที
ด้าน กทช.ออกมาบอกทันทีว่า คงไม่ปรับขึ้น เพราะแม้ไลเซนส์ 3.9จี จะคิด 6% แต่เมื่อรวมกับค่าไลเซนส์ คาดว่าจะอยู่ที่ใบละ 1.5 หมื่นล้านบาท เมื่อเฉลี่ย 15 ปี ก็เท่ากับปีละ 67% อยู่แล้ว...ทราบแล้วเปลี่ยนแม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะเสี่ยงในแง่กฎหมายและการเข้าข้างเอกชนในประเด็นลดค่าส่วนแบ่งรายได้พร้อมต่ออายุสัมปทานออกไปอีก
แนวทางดังกล่าว เพื่อต้องการแปรสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ให้ทุกรายอยู่บนพื้นฐานเท่าเทียมกัน โดยปรับอายุสัมปทานที่เหลือของทุกรายในปัจจุบันซึ่งแตกต่างกันอยู่ให้เท่ากันหมด ภายใต้ไลเซ่นส์ใหม่ ซึ่งคลังจะต้องเจรจากับทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เพราะรายได้จะลดลง เนื่องจากส่วนแบ่งรายได้ที่เอกชนจ่ายอยู่เดิมคือ 2530% ต่อปี
ทั้งนี้ คลังจะดำเนินการควบคู่ไปกับการออกไลเซ่นส์ 3.9 จีของ กทช.ที่คาดว่าจะเริ่มประมูลได้ในเดือน ก.ย.นี้ โดยคลังขอให้ทางกทช.ปรับค่าธรมมเนียมไลเซ่นส์ 3.9 จีจากเดิมที่ 6% ต่อปี เป็น 12.5% เท่ากัน
พ.อ. นที ศุกลรัตน์ กรรมกา กทช. กล่าวว่า กทช.ไม่จำเป็นต้องปรับค่าธรรมเนียมใดๆ ให้เข้ากับทางคลังอีก เนื่องจากเงื่อนไขของผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์ 3.9 จี จะต้องเสียค่าธรรมเนียไลเซ่นส์ปีละ 2% ของรายได้รวม และ บริการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ยูเอสโอ) 4%
ขณะที่ค่าไลเซ่นส์คาดว่าจะอยู่ที่ใบละ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อเฉลี่ยระยะเวลา 15 ปี ก็เท่ากับปีละ 67% ส่งผลให้เอกชนต้องจ่ายให้กทช.ในอัตราที่เท่ากับของทางกระทรวงการคลังอยู่แล้ว
ทั้งนี้ หากคลังทำสำเร็จ ผู้ให้บริการรายเดิมทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จะต้องจัดสินใจว่าจะเลือกไลเซ่นส์ใด เพราะหากได้รับไลเซ่นส์ 2.5 จีไปแล้ว จะไม่สามารถเข้าประมูล 3.9 จีได้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการครอบครอง คลื่นความถี่มากเกินการใช้งาน
ส่วนการรับฟังความเห็นของผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย เกี่ยวกับการคืนสิทธิ์การบริหารคลื่นความถี่เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา มีเพียงดีแทครายเดียวที่คัดค้าน และอาจไม่เข้าร่วมประมูล เนื่องจากคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซของดีแทคนั้นสามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยี แอลทีอี (Long Term Evolution) ได้ ส่งผลให้ดีแทค ไม่ต้องการรับความเสี่ยงที่จะคืนคลื่น 2.5 จี เพื่อเข้าร่วมประมูล 3.9 จี







