
"บิ๊กตู่"ลั่นขอเป็นรัฐประหารครั้งสุดท้าย
นายกฯย้ำต้องมีกลไกผ่าวิกฤติหลังเลือกตั้งลั่นขอเป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย
นายกฯย้ำต้องมีกลไกผ่าวิกฤติหลังเลือกตั้งลั่นขอเป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดยชี้แจงถึงแผนโรดแมป คสช. ระยะที่สองพร้อมกับย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นในการมีกลไกผ่าทางตันทางการเมืองหลังมีรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้ง
นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ ได้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีความเป็นสากล และสอดรับกับความเป็นไทย เพื่อที่จะแก้ปัญหา ขจัดความยุ่งยาก ความขัดแย้ง หรือติดกับดักทางการเมือง ติดกับดักประชาธิปไตย ที่สะสมมายาวนานให้ได้ รวมทั้งวางรากฐานที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ให้กับสังคมไทย ผ่านการปฏิรูป 11 ด้าน ตามที่ได้ประกาศเป็นจุดยืนของรัฐบาลและ คสช.ไปแล้ว ในการที่จะนำพาเปลี่ยนผ่านประเทศของเราเข้าไปสู่ ระยะที่ 3 ก็คือการมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่
“ต้องมีมีกลไกแก้ปัญหาทางตันทางการเมือง ที่พึ่งพาได้ซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ขอให้การแก้ปัญหาการเมืองด้วยทหารครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของประวัติศาสตร์ชาติไทย” นายกฯ กล่าวและว่า รวมทั้งต้องมีการปฏิรูปที่มีกรอบชัดเจน ที่ครอบคลุมทุกมิติการพัฒนาประเทศ และมียุทธศาสตร์ชาติ ระยะยาว 20 ปี ที่เป็นมากกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะสั้น 5 ปีเท่านั้น ซึ่งจะเป็นเข็มทิศการบริหารประเทศของรัฐบาลต่อๆไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ การลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องการเห็นความชัดเจนจากภาครัฐ ที่ผ่านมานั้นอาจจะไม่ค่อยได้เห็นก็ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาส ไม่เอื้ออำนวยต่อการไม่ร่วมมือกัน
เรามีโอการสในการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง เป็นฐานการผลิต เพราะเราไม่มีสิ่งต่างๆ ที่ผมพูดมา วันนี้เราก็ได้ทำให้เขาเห็น ก็ได้พยายามไปพูดไปทำความเข้าใจทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ให้เขาเห็น ให้เขาเชื่อมั่น และสิ่งนี้เราพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แก้ปัญหาเก่าๆ ที่เหลือยังทำไม่สำเร็จ อะไรก็แล้วแต่ก็หวังว่ารัฐบาลหน้าและต่อๆไปนะครับ จะมีการบริหารประเทศ ที่มีธรรมาภิบาล มีการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยมีกรอบการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจให้ความร่วมมือด้วย
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานตาม Roadmap ระยะที่ 2 คือ การสื่อสารให้ตรงกันและต้องไม่ถูกบิดเบือน ในทั้ง 2 ระดับ คือ ระดับนโยบาย ซึ่งในปัจจุบันมี “แม่น้ำ 5 สาย” หรือ 4 สาย บวก คสช. ก็แล้วแต่ มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งจะต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทั้งเรื่องเป้าหมาย บทบาท และการทำงานให้ประสานสอดคล้องกัน ทั้งนี้ สปท. สภาขับเคลื่อนประเทศ ต้องใช้ 11 ประเด็นปฏิรูปของ คสช. เป็นตัวตั้ง เป็นกิจกรรมหลัก แล้วนำประเด็นปฏิรูปและประเด็นพัฒนา อื่นๆ ของ สปช. (เดิม) มาหลอมรวมเอาไว้ ส่วน กรธ. ต้องมีแนวทางในการยกร่างรัฐธรรมนูญ
“กล่าวไปหลายครั้งแล้วนะครับ ตัวท่านประธานก็กล่าวเองไปแล้วด้วย ก็คือ (1) การร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นสากลและเหมาะสมกับบริบทประเทศไทย (2) สร้างประชาธิปไตย ที่ส่งเสริมบทบาทหน้าที่พลเมือง ไม่ใช่กล่าวถึงเสรีภาพอย่างเดียว หรือเสรีภาพที่ไร้ขีดจำกัดอีกต่อไปนะครับ (3) แก้ไขปัญหาการเมืองในอดีต ป้องกันเผด็จการรัฐสภาและการทุจริตประพฤติมิชอบ มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุล และการส่งเสริมธรรมาภิบาล และก็ (4) เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็น อย่างกว้างขวางตลอดระยะเวลาห้วงต่อไปนี้นะครับให้ทั่วถึงด้วย” นายกฯ กล่าว







