
เฟดวิตก
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในตลาดทุนโลกจะกลับตาลปัตรกันอีกครั้ง เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐเริ่มอ่อนตัวลง ในขณะที่ค่าเงินเยนและค่าเงินอื่นๆ ในเอเชียเริ่มสวนทางแข็งค่าขึ้นกันอย่างผิดสังเกต นั่นเป็นเพราะว่าการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนั้นเริ่มลดกระแสความวิตกกังวลลงแล้ว ภายหลังจากที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐหลายๆ รายการนั้นไม่สู้ดีนัก ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน หรือราคาสินค้าขายส่ง เป็นต้น
อีกทั้งยังมีสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐนั้นกำลังมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป และมีการออกมาแสดงท่าทีกันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งยิ่งทำให้การจับทิศจับทางว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่นั้นเป็นไปได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่อย่างน้อยที่สุด ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.นี้ คงจะไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอนครับ ถ้าพิจารณาถึงตัวเลขเศรษฐกิจและท่าทีของเฟดในขณะนี้
ถามว่าเฟดกำลังกังวลกับอะไรมากที่สุด ถึงยังไม่ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย?
ประการแรก ก็ต้องบอกว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น อาจจะส่งผลกระทบกลับมายังเศรษฐกิจสหรัฐเอง โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่สภาพเศรษฐกิจนั้นอยู่ในภาวะย่ำแย่อยู่แล้ว การประกาศขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะทำให้กระแสทุนไหลกลับเข้าสู่สหรัฐอย่างรุนแแรง และสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เหล่านี้อย่างแน่นอน
ถึงกับมีการเตือนว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อาจจะกระตุ้นให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ได้ทีเดียว
ประการต่อมาก็คือ ความเชื่องช้าของเศรษฐกิจจีน ที่ดูเหมือนว่าสหรัฐเองก็ไม่น่าจะมีภูมิต้านทานพอรับมือได้ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเขตเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกแห่งนี้
แม้ว่าสหรัฐจะเป็นตลาดสำคัญที่ใครๆ อยากจะนำสินค้าไปขาย สหรัฐเองก็เป็นพ่อค้าเช่นเดียวกัน และก็พึ่งพาตลาดจีนซึ่งมีผู้บริโภคมากที่สุดในโลกเช่นกันครับ
ประการสุดท้าย และคิดว่าจะเป็นเหตุผลที่น่าจับตามากที่สุด นั่นก็คือ การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐในระยะที่ผ่านมา ที่จะเห็นได้ชัดว่ากำลังส่งผลกระทบต่อรายได้ของบรรดาเอกชนสหรัฐที่ต้องพึ่งพาตลาดในต่างประเทศเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ มีการประเมินกันว่า ผลประกอบการรายได้ของบรรดาบริษัทที่จดทะเบียนในดัชนีเอสแอนด์พี 500 ของสหรัฐในช่วงไตรมาส 3 นี้ จะปรับลดลง 5% ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ
สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้เฟดกังวลต่อทิศทางของดอกเบี้ยมากขึ้นทุกทีๆ ครับ







