
ชูวิทย์เข้าตาจน ขอศาลฎีกาลดโทษ
ศาลฎีกาต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีผู้ต้องหาทั้งพลเรือนและทหาร 131 คน เข้ารื้อบาร์เบียร์ซอยสุขุมวิท 10 ออกไปเป็นวันที่ 28 ม.ค. 2559 เนื่องจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตผู้บริหารบริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์ ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้ยื่นคำให้การใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปฏิเสธมาตลอด โดยครั้งนี้นายชูวิทย์ขอรับสารภาพ และขอให้ศาลลงโทษสถานเบา
ศาลฎีกาต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีผู้ต้องหาทั้งพลเรือนและทหาร 131 คน เข้ารื้อบาร์เบียร์ซอยสุขุมวิท 10 ออกไปเป็นวันที่ 28 ม.ค. 2559 เนื่องจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตผู้บริหารบริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์ ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้ยื่นคำให้การใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปฏิเสธมาตลอด โดยครั้งนี้นายชูวิทย์ขอรับสารภาพ และขอให้ศาลลงโทษสถานเบา
“ผมสารภาพ ผมยอมรับผิด ผมตรึกตรองมา 2 วัน จึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เราสามารถโกหกพ่อแม่ ภรรยาได้ แต่เราไม่สามารถโกหกตัวเองได้ และการยอมรับความจริงทำให้ผมรู้สึกปลดปล่อย นับจากที่เกิดคดีนี้มายาวนานกว่า 12 ปี” นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ขณะนั้นยอมรับว่ามีความกดดันในฐานะนักธุรกิจคนหนึ่งที่ต้องเร่งหาเงิน จึงอยากนำที่ดินมาทำกำไรให้เร็วที่สุด ซึ่งภายหลังจากได้พูดความจริงแล้ว เหมือนยกภูเขาออกจากอก
สำหรับคดีรื้อบาร์เบียร์ มาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2546 มีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมรถแบ็กโฮบุกเข้าทำลายร้านบาร์เบียร์ 60 ร้าน บริเวณสุขุมวิทสแควร์จนได้รับความเสียหายเนื่องจากกลุ่มนายทุนซึ่งมีนายชูวิทย์รวมอยู่ด้วย ได้ว่าจ้างให้เข้าไปรื้อร้านค้าของผู้เช่าเดิมเพื่อใช้พื้นที่ทำประโยชน์
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 8 เดือน นายชาญเวทย์ มาลัยบูชา จำเลยที่ 49 ซึ่งเป็นทนายความที่นำเอกสารสิทธิการครอบครองที่ดินไปแจ้งความทำให้เข้าใจว่าการรื้อถอนดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนจำเลยอื่นๆ ยกฟ้อง
ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้นายชูวิทย์กับพวกรวม 66 คน มีความผิดจริงให้จำคุกคนละ 5 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 64 คน พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง
ทั้งนี้ ศาลฎีกาได้ออกหมายจับ “เสธ.แอ๊บ” พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร นายทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ พร้อมจำเลย รวม 7 คน หลังไม่มาฟังคำพิพากษา







