
ยื้อทวงหนี้จำนำข้าว ลดแรงต้านลุยเกมยาว
ต้องเรียกว่าเป็นการ “ดิ้นเฮือกสุดท้าย" ของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งกำลังลุ้นระทึกกับการถูกไล่บี้เรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ที่วงเงินสูงนับ 5 แสนล้านบาท พ่วงด้วยคดีอาญา
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ต้องเรียกว่าเป็นการ “ดิ้นเฮือกสุดท้าย” ของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งกำลังลุ้นระทึกกับการถูกไล่บี้เรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ที่วงเงินสูงนับ 5 แสนล้านบาท พ่วงด้วยคดีอาญาที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
ยิ่งใกล้ครบกำหนด “เส้นตาย” ที่คณะกรรมการฯ จะสรุปข้อมูลตัวเลขความเสียหายเพื่อชงเรื่องไปเรียกเก็บกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ด้วยแล้ว ยิ่งเห็นท่าทีการเคลื่อนไหวที่หนักขึ้น
แถมได้ผลดีเกินคาดเมื่อฝ่ายรัฐยืดเวลาการพิจารณาออกไปอีก 30 วัน
ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเพราะการเดินเกมรุกหนัก โดยเฉพาะล่าสุดการยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ทบทวนการใช้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เปลี่ยนเป็นการฟ้องคดีต่อ “ศาล” ที่จะเป็นกลไกตามกระบวนการยุติธรรม
ชัดเจนว่าการพุ่งเป้ามาสู้ในประเด็น “กระบวนการ” มากกว่า “เนื้อหา” ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แม้ยิ่งลักษณ์จะพยายามออกตัวว่าเป็น “คนกลาง” ที่ทำตามนโยบายซึ่งแถลงไว้ต่อรัฐสภา ไม่ใช่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นก็ยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้
การยื้อเวลาออกไปให้นานที่สุด ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าจะรีบเข้าไปต่อสู้ในกระบวนการ เพราะยิ่งยื้อออกไปได้นานเท่าไหร่ย่อมเป็นผลดีเท่านั้น ดีไม่ดีหากดึงเวลาออกไปได้นานเกินสองปีย่อมทำให้คดีนี้หมดอายุความไปโดยปริยาย
ดังจะเห็นว่าอีกประเด็นหนึ่งที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หยิบยกมาใช้ต่อสู้คดีนี้คือ การเรียกร้องให้รอผลคดีอาญาของศาลฎีกาเสร็จสิ้นก่อน ไม่ควรรวบรัดเดินหน้าเรียกค่าเสียหายเวลานี้
แน่นอนว่าการไล่บี้ทวงเงินกว่า 5 แสนล้านบาทนั้นถือเป็น “เกมแรง” ที่เปราะบางอาจกลายเป็นชนวนสร้างแรงกระเพื่อมถูกหยิบยกไปขยายผลปลุกมวลชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในอนาคต
ดังจะเห็นเวลานี้ เริ่มปรากฏการปั่นกระแสว่าทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในกระบวนการเด็ดหัวขั้วอำนาจเก่าเพื่อสร้างความปั่นป่วนและตัดกำลังทางการเมือง
ร้อนจนทำให้นายกฯ ต้องออกมารีบเบรกกระแสชี้แจงว่า กระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามขัั้นตอนที่ถูกต้อง ต่อด้วย วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาซ้ำถึงความชอบธรรมในการกระทำการใช้กระบวนการทางปกครองเรียกค่าเสียหาย ซึ่งมีช่องทางศาลปกครองให้ ยิ่งลักษณ์ได้ต่อสู้ในรายละเอียด ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้งหรือเป็นเรื่องผิดปกติ
คู่ขนานไปกับการลดความร้อนแรงของเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับสูตรการคำนวณมูลค่าความเสียหายที่เคยคิดว่าจะถึง 5 แสนล้านบาท มาเป็นการคิดแค่ส่วนต่างราคาตลาดกับราคาจำนำหรือราคาส่งออก ที่จะทำให้ตัวเลขสุดท้ายลดลงกว่าเดิมมาก
สอดรับไปกับการขยายเวลาให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในฐานะคณะทำงานขยายเวลาออกไป 30 วัน ช่วงวันที่ 14 ต.ค.-14 พ.ย. เพื่อให้เชิญยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะอีก 10 ปากมาชี้แจง ด้วยเหตุผลลดข้อครหาการใช้อำนาจมิชอบและทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แถมยังช่วยลดแรงเสียดทานไปได้ปมหนึ่ง ยิ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เต็มไปด้วยเรื่องร้อน โดยเฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังเริ่มออกตัว หากบรรยากาศเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ย่อมเป็นเรื่องยากที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าเนื้อหาจะออกมาดีขนาดไหนก็ตาม
ไม่ต่างจากเส้นทาง “ปรองดอง” ที่เริ่มเห็นทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หลายคนออกมาขยับเตรียมเดินหน้านั้น หากฝ่ายแกนนำขั้วอำนาจเก่ายังถูกไล่บี้เช่นนี้ ย่อมทำให้รอยร้าวที่เป็นอยู่ยากจะประสาน
อีกทั้งหากประเมินสถานการณ์ออกไปในช่วงโรดแมป 20 เดือนข้างหน้า ปัญหาที่หนักหนามากกว่าเรื่อง “ปฏิรูป” หรือ “รัฐธรรมนูญ” คือเรื่อง “เศรษฐกิจ” ที่ว่ากันว่าปีหน้าจะสาหัสกว่าปีนี้อีกมาก
สารพัดโครงการถูกงัดมาอัดฉีดเงินเข้าระบบ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้านหรือแพ็กเกจมาตรการกระตุ้นฟากอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนฟันเฟืองต่างๆ ต่อลมหายใจให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้อีกหน่อย
แต่หากบรรยากาศการเมืองกลับมาคุกรุ่นอีกรอบ นอกจากจะซ้ำเติมปัญหาการเมืองในประเทศแล้ว ยังพานจะกระทบลามไปฉุดให้เศรษฐกิจย่ำแย่กว่าที่เป็นอยู่
สุดท้ายปัญหาปากท้องย่อมจะกลายเป็นปัญหาที่มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง จนอาจจะเดินหน้าต่อไปไม่ถึงโรดแมป 20 เดือนที่วางไว้
ขณะที่มองจากฝั่งยิ่งลักษณ์สถานการณ์ในขณะนี้ถือเป็นเดิมพันครั้งสุดท้าย เมื่อถูกถอดถอนพ้นถนนการเมืองแล้ว ยังต้องมาเสี่ยงหมดเนื้อหมดตัวไม่รวมกับคดีอาญาที่ต้องลุ้นหนักจนวิเคราะห์กันว่าเส้นทางอนาคตอาจต้องระเหเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศเหมือนพี่ชาย
จังหวะนี้การยื้อเวลาออกไปให้นานที่สุดอาจเป็นทางออกที่พอบรรเทาได้ชั่วครู่ชั่วคราว







