
ปปง.ส่งข้อมูลการเงินแก๊งระเบิดกรุงให้ตำรวจแล้ว
ปปง.ส่งข้อมูลการเงินแก๊งระเบิดราชประสงค์-ท่าเรือสาทรให้ตำรวจแล้ว พบผู้เกี่ยวข้องนอกเหนือจากผู้ต้องหา 17 คน
ปปง.ส่งข้อมูลการเงินแก๊งระเบิดราชประสงค์-ท่าเรือสาทรให้ตำรวจแล้ว พบผู้เกี่ยวข้องนอกเหนือจากผู้ต้องหา 17 คน
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา(สบ10) และโฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์และท่าน้ำสาทร ว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ส่งเอกสารการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อเหตุวางระเบิดมาให้พนักงานสอบสวนบางส่วนแล้ว กำลังวิเคราะห์อยู่ รวมถึงจำนวนเงินทั้งหมดด้วย โดยเบื้องต้นทราบว่าส่วนใหญ่เป็นเส้นทางการเงินที่เกี่ยวกับต่างประเทศ แต่ไม่สามารถวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าจะเชื่อมโยงกับคดีระเบิดโดยตรงหรือไม่ แต่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในขบวนการระเบิดที่ได้ออกหมายจับไป
อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีการโอนเงินกันในระหว่างประเทศใด เนื่องจากทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเส้นทางการโอนเงินนี้ มีรายชื่อผู้ต้องหาที่ยื่นให้กับทาง ปปง. ไปตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน หากพบก็จะส่งพนักงานสอบสวน ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้ยังอยู่ในสำนวนการสอบสวนและไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมถึงบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องนอกเหนือจากผู้ต้องหาทั้ง 17 คนนั้นที่ยังอยู่ในสำนวนคดีด้วย
พล.ต.อ.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า การติดตามตัว นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรือ อิซาน นั้นเบื้องต้นมีรายงานว่า นายอิซาน หลบหนีออกจากประเทศไทยไปยังประเทศบังคลาเทศ และหลบหนีต่อไปที่ประเทศอินเดีย โดยมีปลายทางมุ่งสู่ประเทศตุรกี ส่วนการติดตามตัวน.ส.วรรณา สวนสัน พร้อมด้วยนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู ผู้ที่เป็นสามีนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเรียนเชิญเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทยเข้ามาหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย การตรวจสอบหนังสือเดินทางว่ามีการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ และการติดตามตัวผู้ต้องหารายอื่น และการ ติดตามตัวนายอิซาน ทั้งนี้เข้าใจว่าอยู่ในช่วงที่ทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการประสานงานระหว่างกัน จึงยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะหารือได้ในวันใด รวมถึงการติดตามตัวนายอ๊อด พยุงวงษ์ หรือ ยงยุทธ พบแก้ว และชายคล้ายแขกขาวที่แอบเข้าศาลทหารกรุงเทพ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานกลับมา
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 ต.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าและการสรุปสำนวนคดีสั่งฟ้อง ในส่วนของสำนวนคดีระเบิดมีความคืบหน้าเกินกว่า 90 เปอร์เซ็นแล้ว โดยหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่สามารถดำเนินคดีกับนายอาเดม คาราดักหรือนายบิลา เติร์ก มูฮัมหมัด และนายมีไรลี ยูซุฟู ได้ โดยคำรับสารภาพและการทำแผนประกอบ พยานในที่เกิดเหตุ และหลักฐานในที่เกิดเหตุมีความสอดคล้องกัน โดยคาดว่าจะส่งสำนวนให้กับอัยการไม่เกินสิ้นเดือนต.ค.นี้ ส่วนจะแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายเพิ่มเติมด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้







