posttoday
ต่างชาติกังวลซื้อบ้าน-คอนโดไทยเสี่ยง!

ต่างชาติกังวลซื้อบ้าน-คอนโดไทยเสี่ยง!

15 ตุลาคม 2558

ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมในประเทศเพื่อที่จะลงทุนต่อ หรือใช้เป็นที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ในภาวะเศรษฐกิจไทยเช่นนี้ต่างชาติเริ่มกังวลแล้วว่าการลงทุนซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในประเทศไทยจะเสี่ยงมากกว่าที่คิดเสียแล้ว

ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมในประเทศเพื่อที่จะลงทุนต่อ หรือใช้เป็นที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ในภาวะเศรษฐกิจไทยเช่นนี้ต่างชาติเริ่มกังวลแล้วว่าการลงทุนซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในประเทศไทยจะเสี่ยงมากกว่าที่คิดเสียแล้ว

เด็กซ์เตอร์ นอร์วิลล์ คอลัมนิสต์ของนิตยสารพร็อพเพอร์ตี้รีพอร์ต ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในเอเชีย เปิดเผยว่า การซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในไทยมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น จากต้นทุนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลง

ต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การประกันภัยชั้นสูงระดับพรีเมียมที่เพิ่มมากขึ้นภายหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ การขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และต้นทุนการระบายน้ำที่สูงขึ้น เป็นต้น ส่งผลต่อเนื่องให้การบริหารจัดการต้นทุนอาคารควบคุมได้ยากขึ้นนั่นเอง

นอร์วิลล์ ระบุว่า บางคอนโดมิเนียมหรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เริ่มดำเนินการรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น โดยมาตรการหลักประการแรก คือ การใช้ประกันที่ต่ำกว่ามูลค่า ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุวินาศภัยขึ้น จะได้รับเงินชดเชยน้อยกว่ามูลค่าของสินทรัพย์นั่นเอง และมาตรการดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสี่ยงให้แก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเจ้าของห้องหรือเจ้าของบ้านในโครงการต่างๆ อีกด้วย

นอกจากเรื่องประกันแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น การปรับลดพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือปิดส่วนกลางของโครงการนั้นๆ อาทิ เครื่องปรับอากาศตรงส่วนล็อบบี้ ลิฟต์ หรือระบบน้ำ

“ไม่ใช่เพราะส่วนเหล่านี้หรอกหรือ ที่ทำให้คุณซื้อยูนิตพวกนี้ในตอนแรก” นอร์วิลล์ กล่าว

นอกจากนี้ คอลัมนิสต์คนดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่า ยังมีปัจจัยใหม่ที่ต้องกังวล นั่นคือ การบริหารจัดการคอนโดมิเนียมหรือโครงการบ้านในภาครวม โดยปกติแล้วเจ้าของโครงการจะจ้างบริษัทนอกเพื่อเข้ามาบริหารจัดการตั้งแต่การจัดการทั่วไปจนถึงการให้คำแนะนำกับผู้ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมในโครงการเหล่านั้น ซึ่งผู้ซื้อย่อมคาดหวังให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม นอร์วิลล์ ระบุว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การบริหารจัดการเหล่านั้นกลับกลายเป็นการบริหารจัดการโดยบริษัทหน้าใหม่ โดยเหตุผลที่กลายเป็นบริษัทใหม่ คือ การที่ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง ประกอบกับลูกจ้างของบริษัทจัดการที่มีประสบการณ์หันไปเปิดบริษัทของตัวเอง

แม้จะเป็นลูกจ้างจากบริษัทที่มีประสบการณ์ แต่สำหรับผู้ซื้อแล้วย่อมคาดหวังบริษัทที่จัดการอย่างมืออาชีพ นอร์วิลล์ ระบุว่า บริษัทจัดการขนาดใหญ่นั้นไม่ได้ทำงานแบบวันต่อวัน ยังมีการจัดการด้านอื่นๆ ที่สำคัญ ทั้งด้านกฎหมายหรือรายงานทางการเงิน

“ลองคิดดูว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์จ่ายภาษีนิติบุคคลถูกต้องหรือไม่ มีการประชุมทั่วไปเพื่อให้คอนโดมิเนียมหรือบ้านลงทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่” นอร์วิลล์ กล่าว และเตือนว่าบ้านและคอนโดมิเนียมที่อาศัยอยู่ อาจตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นจากการบริหารจัดการที่ไม่ถูกต้องก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท