
ชาวนาสุพรรณสะอื้นข้าวแห้งลีบเหตุร้อนจัด
ชาวนาสุพรรณบุรีเศร้านาข้าวแห้งลีบผลผลิตตกต่ำเหตุภาวะอากาศร้อนจัด
ชาวนาสุพรรณบุรีเศร้านาข้าวแห้งลีบผลผลิตตกต่ำเหตุภาวะอากาศร้อนจัด
นายประพันธุ์ บุญคุ้ม นายอำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี กล่าวชี้แจงกับชาวนาต.ตะค่า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี หลังจากเกษตรกร ต.สาลี ต.กฤษณา ต.วัดดาว ต.ไผ่กองดิน ต.บางใหญ่ และ ต.ตะค่า กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับผลผลิตข้าวตกต่ำยังที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากเมล็ดข้าวแห้งลีบ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วได้ผลผลิตเพียง 40-50 % ของผลผลิตที่เคยได้รับคือ 1 ตันต่อ 1 ไร่
ทั้งนี้ชาวนาในพื้นที่ หมู่ 6 ต.ตะค่า กว่า 35 ราย ประมาณ 3,000 ไร่ พบว่ายังมีข้าวที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวประสบปัญหาเมล็ดข้าวแห้งลีบ โดยนาข้าวมีน้ำเลี้ยงต้นข้าวเขียวปกติแต่ออกรวงมาเมล็ดลีบทำให้ได้ผลผลิตน้อย ซึ่งก่อนหน้านี้มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.บางปลาม้า เสียหายประมาณ 30,000 กว่าไร่ แต่มาคราวนี้เกษตรกรในหลายตำบลของ อ.บางปลาม้า กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
เนื่องจากมีโรคข้าวเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งตรงนี้ยังเป็นปัญหาในเรื่องของสาเหตุก็คือข้าวเมล็ดลีบ ผลผลิตเก็บเกี่ยวแล้วจะได้ประมาณ 30-40 เปอร์เซนต์ หรืออย่างมาก 50 เปอร์เซนต์ ทำให้เกษตรกรประสบภาวะขาดทุนขณะที่ทางศูนย์วิจัยข้าว และเกษตรจังหวัด ได้เข้ามาตรวจสอบผลการวิเคราะห์ออกมา 3 ประการคือ 1.เกิดจากเมล็ดด่างคือมีเชื้อราข้าวมาเกี่ยวข้องต่อรวงประมาณ 15-25 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นผลทำให้เมล็ดข้าวลีบ 2.น่าจะจะเกิดจากภาวะอากาศที่ร้อนมากในช่วงเม.ย.-พ.ค. ที่ผ่านมา
ทางเกษตรจังหวัดจึงวิเคราะห์ออกมาว่าน่าจะเกิดจากการผสมเกสรไม่ค่อยดี จึงทำให้ไม่เกิดเมล็ด 3.เกษตรกรใส่สารปุ๋ยซึ่งมีธาตุในโตรเจนมากเกินไป จึงทำให้ข้าวมีใบงามเกินไป จึงเกิดเป็นหนอนห่อใบข้าว จึงมีผลกระทบต่อการติดเมล็ดข้าว นายประพันธุ์ กล่าวต่อว่าทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าว ให้ข้อเสนอแนะว่าพันธุ์ข้าวน่าจะมีส่วน และข้าวชาวนาที่ลีบนี้ส่วนมากจะเกิดกับชาวนาที่ใช้พันธุ์ข้าวพิษณุโลก 2 ซึ่งพันธุ์ข้าวพิษณุโลก 2 นั้นจากการเกิดโรคเพลี้ยกระโดดครั้งที่แล้วนั้นข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 เป็นพันธ์ข้าวที่ต่อต้านเพลี้ยกระโดดได้ดี
เกษตรกรจึงหันมาปลูกพันธุ์ข้าวพิษณุโลก 2 กันมาก เพราะปลูกกันมากคราวนี้มาเกิดโรคใหม่นี้ขึ้นมามากในพันธุ์ข้าวพิษณุโลก 2 แต่ขณะที่พื้นที่นาใกล้เคียงกันปลูกข้าวพันธุ์ สุพรรณ 1 และ พันธุ์ กข.31 กลับได้ผลผลิตดี จึงได้แนะนำเกษตรกรควรจะหาพันธุ์ข้าวใหม่ๆเข้ามาปลูก เช่นสุพรรณบุรี 1 หรือ กข.31 ซึ่งเป็นพันธุ์ส่งเสริมของกระทรวงเกษตรก็ได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ส่งผลกระทบตรงนี้
นอกจากนี้ยังได้แนะนำให้ใช้สารกำจัดเชื้อรา “ส่วนการช่วยเหลือผลผลิตที่ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้ประสานไปทางจังหวัดแล้ว ได้รับคำตอบว่ายังไม่เคยเกิดปัญหานี้ขึ้นมาต้องหารือไปที่ส่วนกลางว่าจะให้ความช่วยได้มากน้อยเพียงใด”
ขณะที่ นายแฉล้ม แหวนทองคำ อายุ 50 ปี ชาวนาหมู่ 3 ต.ตะค่า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนทำนา 50 กว่าไร่ ขณะนี้เกษตรที่ทำนาในต.ตะค่า กำลังประสบปัญหาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนคือเม็ดข้าวหลีบ แห้ง ไม่เต่ง ไม่เต็มรวง ทั้งที่ลำต้นก็สด ฉีดยาก็ไม่หาย ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวนาไม่ได้ผลผลิตตามที่เคยได้และประสบภาวะขาดทุนหรือได้กำไรน้อย ซึ่งขณะนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร เพียงสันนิษฐานกันว่าน่าจะเกิดจากภาวะโลกร้อน ปกติตนทำนา 55 ไร่ จะได้ข้าวประมาณ 55-56 เกวียน แต่เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ ได้ข้าวแค่ 20 เกวียน เช่นเดียวกับชาวนารายอื่นก็ประสบปัญหาแบบตนแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร







