posttoday
สารจากใจนายกฯ ภาวะ ‘จำเป็น’ รุกพื้นที่สื่อ

สารจากใจนายกฯ ภาวะ ‘จำเป็น’ รุกพื้นที่สื่อ

15 ตุลาคม 2558

เพราะเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เพราะเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงมอบหมายให้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาอ่าน “สารจากใจนายกรัฐมนตรี” ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ 

ทั้งที่ช่องทางการสื่อสารรัฐบาลมีพื้นที่ประจำอยู่ไม่น้อย อาทิ ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 20.15 น. ที่นายกฯ จะใช้เวลาโดยเฉลี่ย 30 นาที เพื่อบอกเล่าเรื่องราวสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ และผลงานต่างๆ ของรัฐบาล รายการเดินหน้าประเทศไทย ที่ถ่ายทอดทุกวัน ช่วงเวลา 18.00 น. ต่อด้วยช่วงค่ำกับรายการเปิดใจไทยคู่ฟ้า ด้วยการเชิญรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงมาแจกแจงการทำงานตามนโยบายรัฐบาล แถมยังมีการผลิตจดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชนที่ออกเป็นรายปักษ์ ทุก 15 วัน เรียกว่า เต็มอิ่มจุใจกับงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล คสช.

แต่สำหรับสารจากใจนายกฯ ถูกถ่ายทอดออกมาสองครั้งในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เริ่มตั้งแต่ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ตามด้วยฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ บอกกับสื่อด้วยว่า “หากมีความจำเป็นก็จะออกสารจากนายกรัฐมนตรีอีก จะได้ไม่ต้องพูดมาก และสิ่งไหนที่เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคมต่างๆ ก็ต้องให้มีการแถลงออกไปบ้าง”

เมื่อถอดเนื้อหาของสารที่สื่อออกมาทั้งฉบับที่ 1 และ 2 นั้นเป็นไปในลักษณะการชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรดแมป คสช. แนวทางการร่างรัฐธรรมนูญ และการสร้างความปรองดอง

แต่หากประมวลสถานการณ์แล้ว แน่นอนว่า ห้วงระยะเวลาของรัฐบาล คสช.กำลังเดินสู่โรดแมปช่วงสุดท้าย ก่อนที่จะส่งต่อไปยังรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งช่วงปี 2560 โดยไม่สามารถขยายเวลาให้นานไปกว่านี้ได้ เพราะได้นำโรดแมปนี้ประกาศไว้บนเวทีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งที่ 70 ที่สหรัฐอเมริกา ดังนั้นช่วงจังหวะเวลาของ คสช.ที่เหลือจะเห็นว่าไม่สามารถควบคุมการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองจากภาคส่วนต่างๆ ได้มากนัก ยิ่งนานวันไปการใช้อำนาจจะทู่ลง ไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่ ไม่บาดคมเหมือนช่วงแรกๆ

กอปรกับความเคลื่อนไหวที่ถือว่าเป็นผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลที่มากกว่าผลกระทบทางสังคมนั้นมีอยู่มาก อาทิ การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง การจัดกิจกรรมโดยอาศัยช่วงวันสำคัญในอดีตที่เป็นเชิงสัญลักษณ์มาแสดงออกต่อต้านการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ทั้งจากภาคนักศึกษาและภาคประชาชน, การแสดงความคิดเห็นของซีกฝั่งการเมือง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ออกมาติติงการบริหารประเทศของรัฐบาลโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ

รวมถึงการออกมาตอบโต้ โจมตีรัฐบาลแบบช็อตต่อช็อตที่รัฐบาลใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองเล่นงานชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงเวทีเสวนาทางวิชาการด้วย ซึ่งหัวข้อและเนื้อหาการเสวนาแต่ละเวทีเมื่อตกผลึกแล้วก็สร้างแรงกระเพื่อมถึงความชอบธรรมของรัฐบาล คสช.อยู่ไม่น้อย

เหตุผลทั้งหมดอาจเพียงพอที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งชิงพื้นที่สื่อที่ถือว่าเป็นอาวุธสำคัญ โดยไม่สนว่าจะกระทบต่อธุรกิจสื่ออย่างไร และสารข้อความนั้นจะสื่อถึงประชาชนมากน้อยแค่ไหน เพราะอารมณ์คนฟังอาจจะไม่พร้อมรับฟังอะไรจากรัฐบาลอีกก็ได้ อีกทั้งเนื้อหาที่ออกมาก็ไม่ได้มีอะไรใหม่นัก เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องการออกมาตอกย้ำเท่านั้นเอง

ไม่ว่าสารนั้นจะสื่อถึงผู้รับสารมากน้อยไม่สำคัญ สำคัญคือนายกฯ ต้องเร่งออกมาทำอะไรสักอย่าง และสิ่งที่คิดว่าทำง่ายสุดคือ สร้างความเข้าใจเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่ประชาชนจะไปรับฟังข้อมูลจากฝั่งตรงข้ามอย่างบิดเบือนจนเกิดการเคลื่อนไหวจากภาคส่วนต่างๆ จนกลายเป็นไม้นวมที่มาร่วมกันตีรัฐบาลจนน่วมซะก่อน

ที่ผ่านมานายกฯ ประยุทธ์ บอกอยู่เสมอว่าการสร้างความเข้าใจกับประชาชนทางตรงเป็นสิ่งสำคัญ ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่มีนายกฯ และโฆษกรัฐบาล ยากมากที่ประชาชนจะรู้ความเคลื่อนไหวของรัฐบาล

จุดอ่อนอย่างหนึ่งคือ เจ้ากระทรวงต่างๆ ไม่กล้าออกมาพูดอะไรมากนัก เกรงว่าจะไม่ถูกใจนายกฯ บ้าง กลัวถูกตำหนิบ้างจึงเลือกใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่แปลกว่าทำไมการสื่อสารที่ออกมาจากนายกฯ ประยุทธ์ จึงมากเป็นพิเศษ

แน่นอนว่าการเลือกสื่อสารทางเดียว คือ การเลือกที่ดีที่สุดของผู้ส่งสารที่มีบุคลิกแบบ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนคิดอะไรก็พูดมาแบบนั้น หรือมักพลาดพลั้งการพูดด้วยอารมณ์อยู่บ่อยครั้ง

ดังนั้น การสื่อสารทางเดียวไม่เสียรังวัดได้ง่าย หากเทียบกับการให้สัมภาษณ์หรือสื่อสารสองทางกับสื่อมวลชนโดยตรง

แต่ทางเลือกแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสื่อสารที่ดีที่สุด แต่อาจเป็นการสื่อสารล้มเหลวที่สุดก็ได้ เพราะประชาชนจะไม่รับฟัง อีกทั้งส่งผลให้ธุรกิจสื่อรับผลกระทบอย่างมากด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท