
วสท.ตรวจทาวน์เฮ้าส์ทรุดย่านปทุมฯ
วสท.ลงพื้นที่สำรวจทาวน์เฮ้าส์หมู่บ้านรินทร์ทองทรุด เสี่ยงอันตรายกว่า 500 หลัง แนะซื้อบ้านควรพิจารณาพื้นที่ข้างเคียงอจกระทบต่อโครงสร้าง
วสท.ลงพื้นที่สำรวจทาวน์เฮ้าส์หมู่บ้านรินทร์ทองทรุด เสี่ยงอันตรายกว่า 500 หลัง แนะซื้อบ้านควรพิจารณาพื้นที่ข้างเคียงอจกระทบต่อโครงสร้าง
ตามที่เกิดเหตุอุบัติภัยทาวน์เฮ้าส์ 8 หลัง อยู่ระหว่างซอย 6-7 ในหมู่บ้านรินทร์ทอง ต.คูคต อ.ลำลูกกาคลอง2 จ.ปทุมธานี ได้ทรุดตัวลงมาอย่างน่ากลัวจนบ้านทั้งหลังเอนเอียง มีเสียงดังก่อนทรุด ผนังและกำแพงบางส่วนแตกหักเสียหาย เสี่ยงต่ออันตรายในการพังถล่ม สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้อยู่อาศัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดย ศาสตราจารย์ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายก วสท. พร้อมด้วย รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วสท. และทีมงานคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ลงพื้นที่ตรวจวิเคราะห์ความเสียหาย ชี้มีความเป็นมาของพื้นที่ทรุดตัวแห่งนี้ วสท.เคยมาสำรวจครั้งหนึ่งเมื่อต้นปี 53
รศ.สิริวัฒน์ กล่าวถึงข้อมูลหมู่บ้านรินทร์ทอง ประกอบด้วยบ้านส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮ้าส์จำนวนกว่า 600 หลังคาเรือน เริ่มก่อสร้างในปี 2537 และเปิดขายมาตั้งแต่ปี 2538 เป็นบ้านทาวน์เฮาส์ราคา 500,000 กว่าบาท มีถนนคอนกรีต และบ้านมีระดับสูงกว่าถนนประมาณ 20 ซม. วสท.ได้เคยเข้าตรวจพื้นที่แห่งนี้ในเดือนม.ค.ปี 2553 เมื่อเกิดพื้นดินทรุดตัวอย่างมาก ขณะนั้นยังมีสภาพที่อยู่อาศัยได้ แต่มีความเสี่ยง เนื่องจากมีปัญหาน้ำท่วมเพราะพื้นดินและพื้นถนนทรุดตัวต่ำกว่าตัวบ้าน จนใต้ถุนบ้านกลายเป็นโพรงและมีน้ำขัง อีกทั้งยังดึงกำแพงด้านหน้าและด้านข้างของโรงจอดรถให้ยุบตัวลงด้วยเกือบ 1 เมตร จากคำบอกเล่าของผู้อยู่อาศัยเมื่อเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน ถนนและพื้นหน้าบ้านเริ่มทรุดตัวลงมาเป็นระยะๆ เมื่อฝนตกลงมา น้ำก็จะท่วมสูง บางครั้งถึงเอวจนต้องใช้เรือพาย ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ต้องเผชิญปัญหามานานกว่า 10 ปี
ศาสตราจารย์ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาการทรุดพังของทาวน์เฮ้าส์ที่เกิดเหตุในวันที่ 12 ต.ค. 58 ทำให้ทาวน์เฮ้าส์ 4 หลังทรุดตัว และทำให้อีก 4 หลังซึ่งมีโครงสร้างติดกันมีปัญหาตามมา สภาพของตัวบ้านหลังริมสุดแตก ผนังมีรอยแตกร้าว เอียงพื้นทรุดเข้าหากัน หน้าต่างเบี้ยว เสี่ยงต่อการที่จะพังถล่มลงมา โดยใช้แผงกั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่ เกรงว่าจะได้รับอันตราย จากข้อมูลการตรวจสอบของสำนักงานโยธาจังหวัดปทุมธานี พบว่าพื้นที่ที่ก่อสร้างนั้น เคยเป็นบ่อดินเก่า อาจทำให้อาคารมีการทรุดตัวขึ้น ข้อมูลจากการบอกเล่าเหตุการณ์ของเจ้าของบ้านหลังริมสุด บ้านมีปัญหารอยร้าวตั้งแต่ทำการโอนบ้าน จากนั้นก็มีการซ่อมในปี 40 โดยเสริมเสาเข็ม ตัวถนนทรุดตัวลงประมาณ 1 เมตร และเพิ่งทำถนนใหม่ในปี 57 ปัจจุบันทาวน์เฮ้าส์มีพื้นทรุดต่ำกว่าถนนที่ทำใหม่ หลังริมสุดที่ทรุดร้าวนั้นเริ่มเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 58 โดยปิดประตูไม่ได้
จากนั้นเห็นรอยร้าวตามมุมต่างๆในบ้าน ครัวหนักสุด มีวัสดุตกร่วงลงมา ต่อมาในวันที่ 12 ต.ค. 58 ช่วงเวลาเที่ยงถึงบ่ายโมงมีเสียงลั่นในทาวน์เฮ้าส์หลังนี้เป็นระยะๆ เด็กที่นั่งอยู่บนพื้นบ้านตัวลอยจากพื้น เกิดรอยแยกทั่วทั้งบ้าน ลักษณะโครงสร้างของทาวน์เฮ้าส์ใช้โครงสร้างร่วมกัน เมื่อบางหลังมีการทรุดตัวมาก หรือเสาเข็มหลุดจากคานก็จะดึงและส่งผลกระทบต่อหลังข้างเคียงไปด้วย ส่วนสภาพดินอ่อนในบริเวณนี้เมื่อเจอน้ำท่วมหนักในปี 2554 หรือฝนตกหนักจะทำให้กำลังของดินลดลงและอาจมีผลต่อความแข็งแรงของระบบฐานราก บริเวณทาวน์เฮ้าส์ ซอย 6 ที่มีปัญหาหนักนี้เป็นบริเวณเสี่ยงอันตรายไม่เหมาะแก่การพักอาศัย หากจะรื้อถอนต้องพิจารณาสภาพดินในโครงการเสียก่อน เพราะมีปัญหาการทรุดของทาวน์เฮ้าส์หลายพื้นที่ในโครงการ
วสท. สรุปข้อเสนอแนะดังนี้
1.วสท.ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง จ.ปทุมธานี และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จะดำเนินการเจาะหลุมเพื่อวิเคราะห์คุณภาพดินและฐานราก โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จ.ปทุมธานีจะเจาะทั้งในบริเวณซอย 6 ที่ทาวน์เฮ้าส์มีปัญหาทรุดหนัก และบริเวณข้างเคียงด้วย เพื่อตรวจสอบสถานะล่าสุดในปัจจุบัน หลังจากที่เคยเจาะตรวจครั้งก่อนในปี 2553 และหลังน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯในปี 2554
2.ข้อสังเกตโครงการทาวน์เฮ้าส์ที่สร้างในสมัย 20 กว่าปีก่อน มักจะใช้เสาเข็มสั้นเมื่อเจอปัญหาดินอ่อนและดินทรุด อาจเป็นส่วนหนึ่งที่เร่งให้กำลังฐานรากอ่อนแอ กระชากให้เสาเข็มและคานหลุด กรณีการซ่อมแซมหากสาเหตุของปัญหาเกิดจากเสาเข็มหลุดบางหลัง
3.วสท.ได้ขอความร่วมมือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ดำเนินการทำ Contour วัดระดับพื้นที่ในโครงการเพื่อประมวลผลจุดพื้นดินทรุดจากระดับปกติ
4.เมื่อสรุปผลทางวสท.จะส่งข้อมูลให้หน่วยงานกรมโยธาธิการและผังเมือง, กระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาเร่งด่วน และให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนผู้อยู่อาศัยก่อนที่ความเสียหายจะลามไปเป็นพื้นที่กว้าง
5.วสท.ขอแนะนำประชาชนในการตัดสินใจซื้อบ้านต้องมีแบบรายละเอียดของบ้าน และให้พิจารณาข้อมูลว่าพื้นที่ข้างเคียงเป็นอย่างไร หากเป็นทุ่งนา หรือบ่อเลี้ยงปลา ก็จะมีผลต่อการกำหนดใช้เสาเข็มที่มีประสิทธิภาพและความเหมาะสมต่อพื้นที่นั้นๆ ดูว่ามีการถ่มดินและบดอัดยาวนานเพียงพอหรือไม่ ถ้ารีบก่อสร้างก็อาจเป็นจุดเสี่ยง ทั้งนี้ปัจจุบันการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมที่มีมาตรฐานสากลสามารถที่จะถมที่ทำสนามบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ







